อาการของการแพ้น้ำลายหมัด
สุนัขที่มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัด เกิดได้จากการที่หมัดกัดที่ผิวหนังของสุนัขแล้วฉีดน้ำลายเข้าไปในผิวหนังของสุนัข แล้วเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ตามมา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าสุนัขหลายๆตัวสามารถแสดงอาการของการแพ้น้ำลายหมัดได้ถึงแม้ว่าจะได้การโปรแกรมการควบคุมหมัดแล้วก็ตาม เมื่อสุนัขที่มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัดถูกหมัดกัดที่ผิวหนังของสุนัขแล้วฉีดน้ำลายเข้าไปในผิวหนังของสุนัข ตัวสุนัขจะแสดงอาการการแพ้ออกมา โดยจะแแสดงอาการคันถึงแม้ว่าจะถูกหมัดเพียงตัว หรือสองตัวกัดก็ตาม นอกจากนี้สุนัขหรือแมวส่วนใหญ่มักแสดงอาการคันหลังจากถูกหมัดกัดแล้วอย่างน้อย 3 วัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ถึงแม้จะไม่เห็นตัวหมัด ก็อย่าคิดว่าอาการคันในสุนัขของคุณไม่ได้เกิดจากการแพ้น้ำลายหมัด
จากการสังเกตูของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าอาการที่บ่งชี้ว่าสุนัขน่าจะแพ้น้ำลายหมัดได้แก่ มีตุ่มขึ้น ซึ่งตุ่มนี้มักเกิดหลังจากถูกหมัดกัดแล้ว 3 วัน และจะคงอยู่ได้หลายวัน จากนั้นจะมีสะเก็ดปกคลุมถ้าไม่ถูกเกาจนถลอกก่อน เกาคันโดยมักพบแถวสะโพก ผิวหนังแดง และมีรอยถลอก มี Hot spots ขนร่วง ผิวหนังหนาตัวและเปลี่ยนสี แต่ก็มีในหลายๆตัวไม่แสดงอาการเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่กลับแสดงอาการคล้ายกับอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนังแทน
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่เวบเพจของ “คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)” หวังว่าทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมคงได้รับประโยชน์จากเวบเพจนี้
แนะนำคลินิก
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง เป็นส่วนหนึ่งของคลินิกบ้านรักสัตว์ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการบำบัดรักษาโรคผิวหนังสัตว์ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น จนถึงระดับการตรวจรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้ง ยังให้บริการรับส่งต่อเพื่อการตรวจรักษาต่อเนื่องในรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่นอีกด้วย
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”
การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด
ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”
การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด
ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด
การบริการของเรา
การบริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยงประกอบด้วย
· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique
· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique
ที่ตั้งคลินิก
66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
โทร. 064-253-5695
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
โทร. 064-253-5695
มือถือ 064-253-5695 (เปิดเครื่องรับสาย 8.00 น. - 20.00น.)
E-mail: allergyvet@yahoo.com
LINE : allergyskinvet
Facebook: facebook.com/allergyskinvet และ http://www.facebook.com/allergydermvet
พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)
แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695
LINE : allergyskinvet และที่
Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet
และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ
เวลาทำการ
อาทิตย์ 13.00-20.30น.
จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)
เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)
เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ
จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว
ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้
จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)
เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)
เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ
จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว
ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้
ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695
LINE : allergyskinvet และที่
Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet
และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ
ราคาค่าบริการสำหรับการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง
ราคาค่าบริการสำหรับโรคผิวหนังทั่วไป และโรคภูมิแพ้
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น จะแจ้งราคาให้ทราบเมื่อจำเป็นต้องทำการตรวจ
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)
+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)
+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
สำหรับท่านที่ไม่ชอบพกเงินสด
😀
😀 ตอนนี้ทางคลินิกได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินโดยใช้ การโอนเงินผ่าน Promtpay, การใช้ QR Code (ไม่ค่าโอนถ้าใช้บัญชี Promptpay) และรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต(คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตร 3%) ได้แล้วครับ
😁
😁
เส้นทางมาที่คลินิก
คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
การเดินทางมาที่คลินิกบ้านรักสัตว์(ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะสามารถมาได้หลายทาง โดยถ้ามาจาก ถ.กาญจนาภิเษก ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13(บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ จะเห็นซุ้มประตูวัดมะพร้าวเตี้ยอยู่ด้านซ้าย ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจะเห็นหมู่บ้านศุภาลัยอยู่ด้านขวา จะเห็นตึกแถวของหมู่บ้านนิศาชลอยู่ติดกับหมู่บ้านศุภาลัย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก
ถ้ามาจาก ถ.ราชพฤกษ์ ถ.พุทธมณฑลสาย1 ถ.จรัลสนิทวงศ์ หรือ ถ.เพชรเกษม48 ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13 (บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.กาญจนาภิเษก วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจนข้ามสะพานข้ามคลองราชมนตรี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก
พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)
แผนที่ของคลินิก: ให้ ก็อปปี้ 13.741167,100.422598 แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
การเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงเพื่อรับการตรวจโรคผิวหนังกับทางคลินิกบ้านรักสัตว์
เพื่อที่จะเป็นการประหยัดเวลา และลดการใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีแก่เจ้าของสัตว์ป่วย
* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ
* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร
* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง
* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง
*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง
* ควรโทรนัดล่วงหน้า
*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่
* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก
https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit
โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง
http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ
* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร
* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง
* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง
*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง
* ควรโทรนัดล่วงหน้า
*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่
* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก
https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit
โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง
http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
Showing posts with label อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ. Show all posts
Showing posts with label อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ. Show all posts
Sunday, July 17, 2011
Sunday, June 26, 2011
อาการของการแพ้อาหาร
อาการของการแพ้อาหาร
ในกรณีที่สุนัขของคุณไวต่อองค์ประกอบตัวใดตัวหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งชนิดที่มีอยู่ในอาหารที่กินเข้าไป หรือพูดง่ายๆว่าสุนัขตัวนั้นๆแพ้อาหาร โดยทั่วไปแล้วสุนัขจะแสดงอาการต่อไปนี้ คัน ผิวหนังแดง ขนหลุดร่วง ผื่นหรือตุ่มขึ้น อาจมีอาการของทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่นอาเจียน ท้องเสีย หรือตดบ่อย บางตัวอาจมีการเปี่ยนแปลงแต่ลักษณะของอุจจาระร่วมกับความผิดปกติที่ผิวหนังเท่านั้น
บางตัวอาจแสดงอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ซึ่งจะเหมือนกับอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งไม่สามารถแยกแยะออกจากกันได้โดยการดูอาการและคาดเดา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าต้องใช้วิธีการทดสอบการแพ้อาหารที่ถูกหลัก ร่วมกับการใช้โปรแกรม Allergy diagnostic work up ช่วยเท่านั้น จึงสามารถแยกแยะและวินิจฉัยได้
ในกรณีที่สุนัขของคุณไวต่อองค์ประกอบตัวใดตัวหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งชนิดที่มีอยู่ในอาหารที่กินเข้าไป หรือพูดง่ายๆว่าสุนัขตัวนั้นๆแพ้อาหาร โดยทั่วไปแล้วสุนัขจะแสดงอาการต่อไปนี้ คัน ผิวหนังแดง ขนหลุดร่วง ผื่นหรือตุ่มขึ้น อาจมีอาการของทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่นอาเจียน ท้องเสีย หรือตดบ่อย บางตัวอาจมีการเปี่ยนแปลงแต่ลักษณะของอุจจาระร่วมกับความผิดปกติที่ผิวหนังเท่านั้น
บางตัวอาจแสดงอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ซึ่งจะเหมือนกับอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งไม่สามารถแยกแยะออกจากกันได้โดยการดูอาการและคาดเดา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าต้องใช้วิธีการทดสอบการแพ้อาหารที่ถูกหลัก ร่วมกับการใช้โปรแกรม Allergy diagnostic work up ช่วยเท่านั้น จึงสามารถแยกแยะและวินิจฉัยได้
Labels:
โรคผิวหนัง,
โรคภูมิแพ้,
สุนัข,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)
ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)
ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)ของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ดัดแปลงจาก Client Itch Grading Scale โดย Peter B Hill และคณะ ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าของสุนัขประเมินอาการคันด้วยตนเองที่บ้านโดยจะให้เจ้าของสุนัขประเมินทุกสัปดาห์ ซึ่งหลังจากเจ้าของประเมินแล้วแนะนำให้บันทึกผลไว้ แล้วนำบันทึกนี้มาที่คลินิกในการนัดหมายครั้งต่อไปเพื่อที่ทางทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)จะได้ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับตัวสุนัขยิ่งขึ้น การประเมินระดับความคันของสุนัขนอกจากช่วยให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ทราบถึงระดับความรุนแรงของความคันแล้ว ยังช่วยใหนการวินิจฉัย และวางแผนหรือปรับแผนการรักษาอีกด้วย
ความคันของสุนัขในที่นี้รวมถึง การเกา แทะตามตัว การเลียตัว และการเอาตัวไปถูกับที่ต่างๆ โดยแต่ละระดับเป็นดังนี้:
ระดับ 0 (Grade 0): สุนัขปกติ หรือสุนัขไม่ได้คัน หรือเกามากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนัง (Normal dog: dog does not itch more then before the disease began).
ระดับ 1 (Grade 1): มีอาการเกาคันให้เห็นบ้าง ซึ่งอาจมากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนังนิดหน่อย ถ้าไม่เป็นคนช่างสังเกตุอาจคิดว่าปกติดี (Occasional episodes of itching: small increase in itch compared with before the disease began.)
ระดับ 2 (Grade 2): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจน แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (More frequent episodes of itching but itching stops when dog is sleeping, eating, playing, exercising or is otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า ถ้าพอมีเวลาเจ้าของควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์
ระดับ 3 (Grade 3): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำในตอนที่ยังไม่หลับ อาจมีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ้าง แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอน กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Regular episodes of itching are seen when dog is awake. The dog occasionally wakes up because of itching, but the itching stops when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรหาเวลาพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว
ระดับ 4 (Grade 4): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำ และการเกาแต่ละครั้งจะนานขึ้นในตอนที่ยังไม่หลับ มีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ่อยๆ อาการเกาคันจะยังคงอยู่ในตอนกินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือแม้แต่เวลามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Prolonged episodes of itching are seen when the dog is awake. The dog regularly wakes up because of itching or itches in its sleep. The itching can also be seen when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว
ระดับ 5 (Grade 5): เกาคันเกือบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ อาการเกาคันนี้ยังคงอยู่แม้แต่จะอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือที่ไม่ชอบเช่นในห้องตรวจรักษา หลายๆตัวอาจต้องใส่อุปกรณ์ควบคุมเพื่อไม่ให้เกาในเวลาคัน (Almost continuous itching which does not stop when the dog is distracted, even in the consulting room. The dog needs to be physically restrained from itching.)ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด
ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)ของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ดัดแปลงจาก Client Itch Grading Scale โดย Peter B Hill และคณะ ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าของสุนัขประเมินอาการคันด้วยตนเองที่บ้านโดยจะให้เจ้าของสุนัขประเมินทุกสัปดาห์ ซึ่งหลังจากเจ้าของประเมินแล้วแนะนำให้บันทึกผลไว้ แล้วนำบันทึกนี้มาที่คลินิกในการนัดหมายครั้งต่อไปเพื่อที่ทางทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)จะได้ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับตัวสุนัขยิ่งขึ้น การประเมินระดับความคันของสุนัขนอกจากช่วยให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ทราบถึงระดับความรุนแรงของความคันแล้ว ยังช่วยใหนการวินิจฉัย และวางแผนหรือปรับแผนการรักษาอีกด้วย
ความคันของสุนัขในที่นี้รวมถึง การเกา แทะตามตัว การเลียตัว และการเอาตัวไปถูกับที่ต่างๆ โดยแต่ละระดับเป็นดังนี้:
ระดับ 0 (Grade 0): สุนัขปกติ หรือสุนัขไม่ได้คัน หรือเกามากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนัง (Normal dog: dog does not itch more then before the disease began).
ระดับ 1 (Grade 1): มีอาการเกาคันให้เห็นบ้าง ซึ่งอาจมากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนังนิดหน่อย ถ้าไม่เป็นคนช่างสังเกตุอาจคิดว่าปกติดี (Occasional episodes of itching: small increase in itch compared with before the disease began.)
ระดับ 2 (Grade 2): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจน แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (More frequent episodes of itching but itching stops when dog is sleeping, eating, playing, exercising or is otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า ถ้าพอมีเวลาเจ้าของควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์
ระดับ 3 (Grade 3): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำในตอนที่ยังไม่หลับ อาจมีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ้าง แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอน กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Regular episodes of itching are seen when dog is awake. The dog occasionally wakes up because of itching, but the itching stops when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรหาเวลาพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว
ระดับ 4 (Grade 4): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำ และการเกาแต่ละครั้งจะนานขึ้นในตอนที่ยังไม่หลับ มีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ่อยๆ อาการเกาคันจะยังคงอยู่ในตอนกินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือแม้แต่เวลามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Prolonged episodes of itching are seen when the dog is awake. The dog regularly wakes up because of itching or itches in its sleep. The itching can also be seen when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว
ระดับ 5 (Grade 5): เกาคันเกือบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ อาการเกาคันนี้ยังคงอยู่แม้แต่จะอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือที่ไม่ชอบเช่นในห้องตรวจรักษา หลายๆตัวอาจต้องใส่อุปกรณ์ควบคุมเพื่อไม่ให้เกาในเวลาคัน (Almost continuous itching which does not stop when the dog is distracted, even in the consulting room. The dog needs to be physically restrained from itching.)ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด
Labels:
โรคผิวหนัง,
โรคภูมิแพ้,
สุนัข,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
Wednesday, May 11, 2011
หูอักเสบ หูน้ำหนวก หรือหูเน่า
หูอักเสบ หูน้ำหนวก หรือหูเน่า
หูอักเสบเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในสุนัข ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งในความเห็นของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)การรักษาที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาแต่ที่หูเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจองค์รวมของปัญหา มักทำให้ปัญหาหูอักเสบไม่หายขาด ซ้ำร้ายในบางรายอาจไม่ตอบสนองต่อการรักษาเลย ในกรณีร้ายแรงอาจเกิดสภาวะ calcified ear canal ซึงหมายความว่ารูหูเสียหายอย่างสมบูรณ์อย่างหมดทางแก้ไข สำหรับปัจจัยที่โน้มนำให้เกิดปัญหาหูอักเสบที่พบบ่อยได้แก่
1. กลุ่มโรคภูมิแพ้: มักพบได้บ่อยที่สุดในการเนี่ยวนำให้เกิดหูอักเสบ โดยเฉพาะการแพ้อาหาร หรือการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งในความเห็นของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) เห็นว่าต้องทำการตรวจ และรักษากลุ่มโรคภูมิแพ้ควบคู่ไปด้วย จาการสังเกตุของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าถ้าไม่ควบคุมโรคภูมิแพ้ให้ดี หูอักเสบมักกลับมาเป็นใหม่หลังรักษาหูอักเสบจนหายดีแล้วในไม่เวลาไม่เกิน 2 ปี หรือในหลายๆรายพบว่ารักษาหูอักเสบเท่าไรก็ไม่หายสักทีจนถอดใจเลิกรักษาไปเลย
2. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน: ปัญหาความไม่สมดุลของฮอร์โมนมักทำให้เกิดการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมักทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง และหู แล้วเกิดปัญหาผิวหนังและหูอักเสบตามมา
3. การติดเชื้อในหูชั้นกลาง: ในกรณีที่หูชั้นนอกอักเสบแล้วลุกลามเข้าไปในชั้นกลาง ถ้าไม่รักษาที่หุชั้นกลางควบคู่ไปด้วย มักพบว่าหูอักเสบมักกลับมาเป็นใหม่หลังรักษาหูอักเสบจนหายดีแล้วในเวลาไม่นาน หรือในหลายๆรายพบว่ารักษาหูอักเสบเท่าไรก็ไม่หายสักทีจนถอดใจเลิกรักษาไปเลย อย่างไรก็ตามกรณีนี้สามารถป้องกันได้ โดยการรีบพาสัตว์ที่มีปัญหาหูอักเสบไม่รับการตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่การอักเสบติดเชื้อ จะลามเข้าสู่ชั้นกลางซึ่งรักษาได้ยากกว่ามาก
4. ความผิดปกติทางโครงสร้างของหูและใบหู รวมทั้งความหนาแน่นของขนในรูหูที่มากกว่าปกติ: ในสุนัขหลายๆตัวที่รูหูแคบ ใบหูใหญ่ หรือ มีขนในรูหูแน่นจนแทบเต็มรูหู มักพบว่าจะเกิดหูอักเสบได้ง่ายกว่าสุนัขทั่วไป
5. เนื้องอก มะเร็ง หรือก้อนpolyps: มักทำให้เกิดการอุดตัน หรือตีบแคบของรูหู รวมทั้งปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันต่อเนื้องอกมักทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในรูหูได้
6. สิ่งแปลกปลอมในรูหู มักทำให้เกิดการอุดตัน หรือตีบแคบของรูหู รวมทั้งทำให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งมำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในรูหูตามมา
หูอักเสบเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในสุนัข ซึ่งเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งในความเห็นของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)การรักษาที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาแต่ที่หูเพียงอย่างเดียวโดยไม่สนใจองค์รวมของปัญหา มักทำให้ปัญหาหูอักเสบไม่หายขาด ซ้ำร้ายในบางรายอาจไม่ตอบสนองต่อการรักษาเลย ในกรณีร้ายแรงอาจเกิดสภาวะ calcified ear canal ซึงหมายความว่ารูหูเสียหายอย่างสมบูรณ์อย่างหมดทางแก้ไข สำหรับปัจจัยที่โน้มนำให้เกิดปัญหาหูอักเสบที่พบบ่อยได้แก่
1. กลุ่มโรคภูมิแพ้: มักพบได้บ่อยที่สุดในการเนี่ยวนำให้เกิดหูอักเสบ โดยเฉพาะการแพ้อาหาร หรือการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งในความเห็นของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) เห็นว่าต้องทำการตรวจ และรักษากลุ่มโรคภูมิแพ้ควบคู่ไปด้วย จาการสังเกตุของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าถ้าไม่ควบคุมโรคภูมิแพ้ให้ดี หูอักเสบมักกลับมาเป็นใหม่หลังรักษาหูอักเสบจนหายดีแล้วในไม่เวลาไม่เกิน 2 ปี หรือในหลายๆรายพบว่ารักษาหูอักเสบเท่าไรก็ไม่หายสักทีจนถอดใจเลิกรักษาไปเลย
2. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน: ปัญหาความไม่สมดุลของฮอร์โมนมักทำให้เกิดการกดภูมิคุ้มกัน ซึ่งมักทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ผิวหนัง และหู แล้วเกิดปัญหาผิวหนังและหูอักเสบตามมา
3. การติดเชื้อในหูชั้นกลาง: ในกรณีที่หูชั้นนอกอักเสบแล้วลุกลามเข้าไปในชั้นกลาง ถ้าไม่รักษาที่หุชั้นกลางควบคู่ไปด้วย มักพบว่าหูอักเสบมักกลับมาเป็นใหม่หลังรักษาหูอักเสบจนหายดีแล้วในเวลาไม่นาน หรือในหลายๆรายพบว่ารักษาหูอักเสบเท่าไรก็ไม่หายสักทีจนถอดใจเลิกรักษาไปเลย อย่างไรก็ตามกรณีนี้สามารถป้องกันได้ โดยการรีบพาสัตว์ที่มีปัญหาหูอักเสบไม่รับการตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ ก่อนที่การอักเสบติดเชื้อ จะลามเข้าสู่ชั้นกลางซึ่งรักษาได้ยากกว่ามาก
4. ความผิดปกติทางโครงสร้างของหูและใบหู รวมทั้งความหนาแน่นของขนในรูหูที่มากกว่าปกติ: ในสุนัขหลายๆตัวที่รูหูแคบ ใบหูใหญ่ หรือ มีขนในรูหูแน่นจนแทบเต็มรูหู มักพบว่าจะเกิดหูอักเสบได้ง่ายกว่าสุนัขทั่วไป
5. เนื้องอก มะเร็ง หรือก้อนpolyps: มักทำให้เกิดการอุดตัน หรือตีบแคบของรูหู รวมทั้งปฏิกิริยาของภูมิคุ้มกันต่อเนื้องอกมักทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในรูหูได้
6. สิ่งแปลกปลอมในรูหู มักทำให้เกิดการอุดตัน หรือตีบแคบของรูหู รวมทั้งทำให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งมำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อในรูหูตามมา
Monday, April 18, 2011
โรคผิวหนัง ภูมิแพ้ การดูแลและป้องกัน การสังเกต และ ความเข้าใจในการรักษา
โรคผิวหนัง ภูมิแพ้ การดูแลและป้องกัน การสังเกต และ ความเข้าใจในการรักษา
โดย น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย
โรคผิวหนัง คือ ความผิดปกติอะไรก็ได้ที่เกิดกับผิวหนัง เช่น อาการเกาคัน เม็ดตุ่ม ก้อนต่างๆ แผล หรือการที่มีสิ่งแปลกปลอมอะไรก็ได้มาอยู่บนหรือในผิวหนัง
อะไรที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง
*การติดเชื้อ – แบคทีเรีย รา ยีสต์ หรือไวรัส
*ปรสิต – เห็บ หมัด เหา ไร ไรขี้เรื้อน หนอนแมลง หรือหนอนพยาธิบางชนิด
*ภูมิแพ้ และความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน – แพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ในอาหาร น้ำลายหมัด พิษของแมลง แพ้สัมผัส และ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
*ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน เช่นภาวะขาดฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
*มะเร็ง และเนื้องอก
*ปัจจัยทางกายภาพ และเคมี - ไฟไหม้ กรด ด่าง น้ำมันปิโตรเลี่ยม ยาบางชนิด
*คน – หมอ เจ้าของสัตว์ และกูรูทั้งหลาย – ที่ชอบลองการรักษาโดยที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าได้ผล ไม่มีความรู้เพียงพอ หรือรักษาผิดวิธี เช่นยาไม่ครบคอร์ส หรือขนาดไม่เพียงพอ ใช้ยาไม่ตรงโรค หรือใช้ยาที่อาจเป็นพิษในสัตว์ได้
*สิ่งแปลกปลอม – เสี้ยน หนาม
*ความผิดปกติทางจิตเวช
*ยังไม่ทราบสาเหตุ
ความรุนแรงของการเกิดโรคผิวหนังขึ้นกับ
*ชนิด และปริมาณของตัวก่อโรค
*ความทนต่อโรคของตัวสัตว์ป่วย
*พันธุกรรมของตัวสัตว์ป่วย
*การดูแลรักษา (หมอ + เจ้าของสัตว์ + ตัวสัตว์)
*บุญเก่า กรรมเก่า
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาโรคผิวหนัง
ทำได้โดยดูจาก
*อาการคัน เกา เลีย แทะตามตัว เท้า หู หลัง ท้อง
*ชอบไถตัว + ก้น
*สังคตัง
— *ขนร่วง มีรังแค หรือ กลิ่นตัวแรง
*ตุ่ม ก้อน จุด หรือแผลต่างๆ
*เห็บ หมัด เหา ไร หรือคนในบ้านทุกคน
การดูแล ป้องกัน และการรักษาโรคผิวหนัง
— การรักษาโรคผิวหนัง
*ใช้เวลา มีค่าใช้สูงพอสมควร
*แต่ละโรคก็มีวิธีรักษาได้มากกว่า 1 วิธี และค่าใช้จ่ายก็ขึ้นกับต้นทุนของแต่ละวิธี
*ค่าใช้จ่ายขึ้นกับวิธีการรักษา แต่วิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงไม่จำเป็นต้องได้ผลการรรักษาที่ดีกว่าวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่ราคาต่ำกว่า
*ต้องทำคู่กับการปรับการเลี้ยงดูที่ถูกหลัก
*ไม่ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค ยกเว้นการวินิจฉัยที่แม่นยำ ร่วมกับการรักษาที่ถูกวิธี และมีการดูแลที่เหมาะสม
*ต้องการความร่วมมือระหว่างหมอ กับเจ้าของสัตว์ค่อนข้างมาก
—
— การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคผิวหนัง
*ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด
*สัตว์เลี้ยงไม่ใช่สัตว์ทดลอง – อย่าทำตนเป็นกูรูลองยาหรือวิธีการแปลกๆโดยไม่ได้มีศึกษามาอย่างดี
*ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และสมดุล แก่สัตว์ป่วย
— *มีการอาบน้ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพของตัวสัตว์
— *ให้ตามคำแนะนำของหมอ
— *ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษา – คุยกับหมอเจ้าของไข้โดยตรง ถ้าไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ หรือเชื่อถือได้ - เปลี่ยนหมอ
—
—
—
—
— การป้องกันโรคผิวหนัง แก่สัตว์เลี้ยง
*ไม่มีวิธีที่ป้องกันได้ 100%
*แต่ลดโอกาสการเป็นโรคผิวหนังได้โดย
*การเลี้ยงดูที่ถูกหลัก
*มีการอาบน้ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพของตัวสัตว์
*ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และสมดุล
*มีการฉีดวัคซีนตามโปรแกรมที่เหมาะสม มีการถ่ายพยาธิ ควบคุมและกำจัดเห็บ หมัด อย่างสม่ำเสมอ
*อย่าลองของแปลก
โรคผิวหนังที่เกิดจากโรคภูมิแพ้
*คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากภาวะไวเกินของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในรูปแบบที่ I หรือ IV หรือทั้งสองรูปแบบร่วมกัน
*เป็นโรคของบุญเก่า กรรมเก่า
— *มี 5 รูปแบบ
— +การแพ้น้ำลายของหมัดหรือของแมลงบางชนิด
— +การแพ้เหล็กใน หรือพิษของแมลงหรือแมง
— +ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากอาหาร
+โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
— +การแพ้สัมผัส
— +หมอบางคนอาจแยก การแพ้สารคัดหลั่งจากยีสต์ หรือ แบคทีเรียออกเป็นอีกกลุ่ม
— *มักมีโรคผิวหนังโรคอื่นๆเกิดร่วมด้วยเสมอ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาโรคภูมิแพ้
ทำได้โดยดูจาก
*อาการคัน เกา เลีย แทะตามตัว เท้า หู หลัง ท้อง
*ชอบไถตัว + ก้น
*สังคตัง
*หูอักเสบที่มีการกลับมาเป็นใหม่ใน 2 ปี
*หาหมอ
*มีรังแค หรือ กลิ่นตัวแรง
การดูแล ป้องกัน และการรักษาโรคภูมิแพ้
*ทำเหมือน การดูแลโรคผิวหนังทั่วไป แต่เพิ่มความเข้มงวดเรื่องการควบคุม และกำจัดเห็บ หมัด - อย่าการ์ดตก
*ในกรณีที่แพ้อาหาร ให้ระวังเรื่องให้อาหาร อย่าคิดว่านิดหน่อยไม่น่าเป็นอะไร - เวลาโรคกลับรักษายากกว่าตอนเริ่มต้นมาก
โดย น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย
โรคผิวหนัง คือ ความผิดปกติอะไรก็ได้ที่เกิดกับผิวหนัง เช่น อาการเกาคัน เม็ดตุ่ม ก้อนต่างๆ แผล หรือการที่มีสิ่งแปลกปลอมอะไรก็ได้มาอยู่บนหรือในผิวหนัง
อะไรที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง
*การติดเชื้อ – แบคทีเรีย รา ยีสต์ หรือไวรัส
*ปรสิต – เห็บ หมัด เหา ไร ไรขี้เรื้อน หนอนแมลง หรือหนอนพยาธิบางชนิด
*ภูมิแพ้ และความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน – แพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ในอาหาร น้ำลายหมัด พิษของแมลง แพ้สัมผัส และ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
*ความผิดปกติของระบบฮอร์โมน เช่นภาวะขาดฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์
*มะเร็ง และเนื้องอก
*ปัจจัยทางกายภาพ และเคมี - ไฟไหม้ กรด ด่าง น้ำมันปิโตรเลี่ยม ยาบางชนิด
*คน – หมอ เจ้าของสัตว์ และกูรูทั้งหลาย – ที่ชอบลองการรักษาโดยที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าได้ผล ไม่มีความรู้เพียงพอ หรือรักษาผิดวิธี เช่นยาไม่ครบคอร์ส หรือขนาดไม่เพียงพอ ใช้ยาไม่ตรงโรค หรือใช้ยาที่อาจเป็นพิษในสัตว์ได้
*สิ่งแปลกปลอม – เสี้ยน หนาม
*ความผิดปกติทางจิตเวช
*ยังไม่ทราบสาเหตุ
ความรุนแรงของการเกิดโรคผิวหนังขึ้นกับ
*ชนิด และปริมาณของตัวก่อโรค
*ความทนต่อโรคของตัวสัตว์ป่วย
*พันธุกรรมของตัวสัตว์ป่วย
*การดูแลรักษา (หมอ + เจ้าของสัตว์ + ตัวสัตว์)
*บุญเก่า กรรมเก่า
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาโรคผิวหนัง
ทำได้โดยดูจาก
*อาการคัน เกา เลีย แทะตามตัว เท้า หู หลัง ท้อง
*ชอบไถตัว + ก้น
*สังคตัง
— *ขนร่วง มีรังแค หรือ กลิ่นตัวแรง
*ตุ่ม ก้อน จุด หรือแผลต่างๆ
*เห็บ หมัด เหา ไร หรือคนในบ้านทุกคน
การดูแล ป้องกัน และการรักษาโรคผิวหนัง
— การรักษาโรคผิวหนัง
*ใช้เวลา มีค่าใช้สูงพอสมควร
*แต่ละโรคก็มีวิธีรักษาได้มากกว่า 1 วิธี และค่าใช้จ่ายก็ขึ้นกับต้นทุนของแต่ละวิธี
*ค่าใช้จ่ายขึ้นกับวิธีการรักษา แต่วิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงไม่จำเป็นต้องได้ผลการรรักษาที่ดีกว่าวิธีการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่ราคาต่ำกว่า
*ต้องทำคู่กับการปรับการเลี้ยงดูที่ถูกหลัก
*ไม่ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค ยกเว้นการวินิจฉัยที่แม่นยำ ร่วมกับการรักษาที่ถูกวิธี และมีการดูแลที่เหมาะสม
*ต้องการความร่วมมือระหว่างหมอ กับเจ้าของสัตว์ค่อนข้างมาก
—
— การดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคผิวหนัง
*ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด
*สัตว์เลี้ยงไม่ใช่สัตว์ทดลอง – อย่าทำตนเป็นกูรูลองยาหรือวิธีการแปลกๆโดยไม่ได้มีศึกษามาอย่างดี
*ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และสมดุล แก่สัตว์ป่วย
— *มีการอาบน้ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพของตัวสัตว์
— *ให้ตามคำแนะนำของหมอ
— *ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษา – คุยกับหมอเจ้าของไข้โดยตรง ถ้าไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ หรือเชื่อถือได้ - เปลี่ยนหมอ
—
—
—
—
— การป้องกันโรคผิวหนัง แก่สัตว์เลี้ยง
*ไม่มีวิธีที่ป้องกันได้ 100%
*แต่ลดโอกาสการเป็นโรคผิวหนังได้โดย
*การเลี้ยงดูที่ถูกหลัก
*มีการอาบน้ำ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพของตัวสัตว์
*ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน และสมดุล
*มีการฉีดวัคซีนตามโปรแกรมที่เหมาะสม มีการถ่ายพยาธิ ควบคุมและกำจัดเห็บ หมัด อย่างสม่ำเสมอ
*อย่าลองของแปลก
โรคผิวหนังที่เกิดจากโรคภูมิแพ้
*คือ โรคผิวหนังที่เกิดจากภาวะไวเกินของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในรูปแบบที่ I หรือ IV หรือทั้งสองรูปแบบร่วมกัน
*เป็นโรคของบุญเก่า กรรมเก่า
— *มี 5 รูปแบบ
— +การแพ้น้ำลายของหมัดหรือของแมลงบางชนิด
— +การแพ้เหล็กใน หรือพิษของแมลงหรือแมง
— +ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากอาหาร
+โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หรือการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
— +การแพ้สัมผัส
— +หมอบางคนอาจแยก การแพ้สารคัดหลั่งจากยีสต์ หรือ แบคทีเรียออกเป็นอีกกลุ่ม
— *มักมีโรคผิวหนังโรคอื่นๆเกิดร่วมด้วยเสมอ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาโรคภูมิแพ้
ทำได้โดยดูจาก
*อาการคัน เกา เลีย แทะตามตัว เท้า หู หลัง ท้อง
*ชอบไถตัว + ก้น
*สังคตัง
*หูอักเสบที่มีการกลับมาเป็นใหม่ใน 2 ปี
*หาหมอ
*มีรังแค หรือ กลิ่นตัวแรง
การดูแล ป้องกัน และการรักษาโรคภูมิแพ้
*ทำเหมือน การดูแลโรคผิวหนังทั่วไป แต่เพิ่มความเข้มงวดเรื่องการควบคุม และกำจัดเห็บ หมัด - อย่าการ์ดตก
*ในกรณีที่แพ้อาหาร ให้ระวังเรื่องให้อาหาร อย่าคิดว่านิดหน่อยไม่น่าเป็นอะไร - เวลาโรคกลับรักษายากกว่าตอนเริ่มต้นมาก
Labels:
แมว,
โรคผิวหนัง,
โรคภูมิแพ้,
สัตว์เลี้ยง,
สุนัข,
หมา,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
Wednesday, October 6, 2010
อาการคันในสัตว์เลี้ยง
อาการคันในสัตว์เลี้ยง
อาการคันในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องได้เจอทุกคน เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์มีปัญหาไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยๆ จัดได้ว่าเป็นตัวที่ทำให้สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์ต้องฝันร้ายอยู่บ่อยๆ อาการคันจัดได้ว่าเป็นอาการหนึ่งของโรคผิวหนัง ซึ่งโรคผิวหนังทีทำให้เกิดอาการคันในสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมักมีหลายโรคร่วมกัน และมักเหนี่ยวนำให้ปัญหารุนแรงกว่าเป็นแค่โรคเดียว นอกจากนี้อาการคันที่เกิดจากโรคบางโรคจะตอบสนองต่อยาลดอาการคันข้างดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่ตอบสนอง หรือมีอาการคันกลับมาหลังจากที่หยุดยาลดคันไม่นาน
โรคที่ทำให้เกิดอาการคันได้ การติดปรสิตของผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือยีสต์ของผิวหนัง กลุ่มโรคภูมิแพ้ มะเร็งของผิวหนังบางชนิด หรือความผิดปกติทางจิตเวชเป็นต้น มะเร็งของผิวหนังหรือความผิดปกติทางจิตเวชพบได้น้อยมาก ในขณะที่การติดปรสิตของผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือยีสต์ของผิวหนัง กลุ่มโรคภูมิแพ้ มักเป็นตัวหลักในการสร้างปัญหา และมักเกิดร่วมกัน ทำให้กระบวนการตรวจ วินิจฉัย และรักษามีความยุ่งยาก ซับซ้อน สำหรับตัวผู้เขียนถือว่าเป็นปัญหาที่ท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องตัดสินใจปิดคลินิกระยะเวลาหนึ่งเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ ค.ศ. 2007
ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำเจ้าของสัตว์ที่กำลังมีปัญหาเรื่องคันว่า ควรพาสัตว์เลี้ยงของท่านไปเข้ารับการตรวจ และรักษาจากสัตวแทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อนำคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ามาสู่สัตว์เลี้ยงของท่าน และตัวท่านเอง
อาการคันในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องได้เจอทุกคน เป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำให้สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์มีปัญหาไม่เข้าใจกันอยู่บ่อยๆ จัดได้ว่าเป็นตัวที่ทำให้สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์ต้องฝันร้ายอยู่บ่อยๆ อาการคันจัดได้ว่าเป็นอาการหนึ่งของโรคผิวหนัง ซึ่งโรคผิวหนังทีทำให้เกิดอาการคันในสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมักมีหลายโรคร่วมกัน และมักเหนี่ยวนำให้ปัญหารุนแรงกว่าเป็นแค่โรคเดียว นอกจากนี้อาการคันที่เกิดจากโรคบางโรคจะตอบสนองต่อยาลดอาการคันข้างดี แต่ส่วนใหญ่จะไม่ตอบสนอง หรือมีอาการคันกลับมาหลังจากที่หยุดยาลดคันไม่นาน
โรคที่ทำให้เกิดอาการคันได้ การติดปรสิตของผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือยีสต์ของผิวหนัง กลุ่มโรคภูมิแพ้ มะเร็งของผิวหนังบางชนิด หรือความผิดปกติทางจิตเวชเป็นต้น มะเร็งของผิวหนังหรือความผิดปกติทางจิตเวชพบได้น้อยมาก ในขณะที่การติดปรสิตของผิวหนัง การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือยีสต์ของผิวหนัง กลุ่มโรคภูมิแพ้ มักเป็นตัวหลักในการสร้างปัญหา และมักเกิดร่วมกัน ทำให้กระบวนการตรวจ วินิจฉัย และรักษามีความยุ่งยาก ซับซ้อน สำหรับตัวผู้เขียนถือว่าเป็นปัญหาที่ท้าทายความสามารถอย่างหนึ่ง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้องตัดสินใจปิดคลินิกระยะเวลาหนึ่งเพื่อไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ ค.ศ. 2007
ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำเจ้าของสัตว์ที่กำลังมีปัญหาเรื่องคันว่า ควรพาสัตว์เลี้ยงของท่านไปเข้ารับการตรวจ และรักษาจากสัตวแทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อนำคุณภาพชีวิตที่ดีกว่ามาสู่สัตว์เลี้ยงของท่าน และตัวท่านเอง
Tuesday, October 5, 2010
อาการคัน และกลุ่มโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง
อาการคัน และกลุ่มโรคภูมิแพ้ในสัตว์เลี้ยง
การที่สัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาเรื่องอาการคัน มักนำมาซึ่งปัญหาที่ลำบากใจทั้งสัตว์ และตัวคุณเจ้าของสัตว์เสมอ ในหลายๆราย ปัญหานี้ยังเป็นตัวทดสอบถึงความผูกพันระหว่างตัวคุณ และสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมถึงยังทดสอบถึงความเชื่อมั่นของคุณต่อสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณอีกด้วย อาการคันจะให้สัตว์เลี้ยงของคุณเกา และแทะตัวเองตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดการถลอก และมีบาดแผลเกิดขึ้นตามมา สาระที่มีอยู่ในเอกสารที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นการให้ความรู้ และทำความเข้าใจถึงปัญหา และสาเหตุต่างของอาการคัน รวมถึงโรคภูมิแพ้แต่ละชนิดในสัตว์เลี้ยงของคุณเจ้าของสัตว์ทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้
สาเหตุของอาการคันที่พบได้บ่อย
สาเหตุของอาการคันเรื้อรังที่พบได้บ่อย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การติดเชื้อของผิวหนัง ปรสิตของผิวหนัง และกลุ่มสุดท้าย “กลุ่มโรคภูมิแพ้” การติดเชื้อของผิวหนังมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ สำหรับปรสิตของผิวหนังตัวหลักๆได้แก่ หมัด และไรตระกูลหิด ที่คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มักพบว่าสัตว์ป่วยที่มีอาการคันรุนแรง และเรื้อรังหลายๆรายมีสาเหตุมาจากหมัด และไรตระกูลหิด และทางเราพบว่าเกือบทุกรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้จะมีอาการแย่ลงเมื่อเริ่มมีปัญหาการติดหมัด! ส่วนกลุ่มโรคภูมิแพ้ได้แก่ การแพ้น้ำลายของหมัด การแพ้สารภูมิแพ้ในอากาศ การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร และการแพ้สัมผัส
กลุ่มโรคภูมิแพ้ คืออะไร
กลุ่มโรคภูมิแพ้ คือภาวะภูมิไวเกินซึ่งเป็นการตอบสนองต่อสารที่เรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอุบัติการณ์ของกลุ่มโรคภูมิแพ้พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในคน และสัตว์ ในคนจะแสดงอาการของโรคภูมิแพ้โดยการจาม น้ำมูกน้ำตาใหล หรือ หอบหืด ส่วนในสุนัขเกือบทั้งหมดจะแสดงอาการทางผิวหนังได้แก่ผิวหนังแดง คัน มีการติดเชื้อของผิวหนังและหูที่ไม่ยอมหายขาด และขนร่วง
กลุ่มโรคภูมิแพ้มีอะไรบ้าง
โรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ตัวหลักๆได้แก่ การแพ้น้ำลายของหมัด การแพ้สารภูมิแพ้ในอากาศ การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร และการแพ้สัมผัส ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงการแพ้สัมผัสเพราะพบได้น้อยมาก จะขอกล่าวถึง 3 ตัวที่เหลือ ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อย
1.การแพ้น้ำลายของหมัด เป็นโรคผิวหนังของสุนัข และแมวที่พบได้บ่อยที่สุด ที่คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่า 70% ของสุนัข และแมวที่มีปัญหาโรคผิวหนัง จะมีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัดร่วมอยู่ด้วย โรคนี้เกิดจากการแพ้น้ำลายหมัด ดังนั้นน้ำลายจากหมัดเพียงแค่ 1ตัว ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดปัญหาการแพ้ได้แล้ว และปฏิกริยาการแพ้ต่อน้ำลายหมัดจะเกิดหลังจากสัตว์ได้รับน้ำลาย 2 ชั่วโมง ถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาที่มากพอที่จะหมัดจะหนีไปก่อนที่จะแสดงอาการคัน ทำให้ไม่พบตัวหมัดในสัตว์ตัวที่มีปัญหาได้ จึงมักเกิดคำถามในใจของเจ้าของสัตว์ว่า “ทำไมหมอว่าหมา (แมว) ของผม/ฉัน มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัด ในเมื่อผม/ฉัน ไม่เคยพบหมัดบนตัวหมา (แมว) ของผม/ฉันเลย” ที่สำคัญอีกประการคือ ภูมิอากาศในประเทศไทยเป็นแบบร้อนชื้น ซึ่งเหมาะแก่การแพร่กระจาย และดำรงชีวิตของหมัด จึงสามารถพบปัญหาหมัดในประเทศไทยได้ตลอดปี เนื่องจากการแพ้น้ำลายของหมัดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย จึงจำเป็นต้องควบคุมหมัดอย่างเต็มที่ก่อนที่จะทำการตรวจหาโรคภูมิแพ้ตัวอื่น และเนื่องจากทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าเกือบทุกรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้จะมีอาการแย่ลงเมื่อเริ่มมีปัญหาการติดหมัด จึงจำเป็นอีกเช่นกันที่ต้องควบคุมหมัดอย่างเต็มที่ ในทุกๆรายที่มีปัญหาภูมิแพ้ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “การแพ้น้ำลายหมัด”)
2.การแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร สัตว์บางตัวจะมีการแพ้องค์ประกอบบางอย่างในอาหาร โดยทั่วไปมักแพ้องค์ประกอบพวกโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรทเช่น เนื้อวัว หมู ไก่ ข้าวโพด แป้งสาลี หรือถั่วเหลือง แต่บางตัว เราพบว่าสามารถแพ้พวกสารปรุงแต่งต่างๆเช่น สารถนอมอาหาร สารแต่งสีและกลิ่น เป็นต้น การวินิจฉัยการแพ้สารภูมิแพ้ในอาหารนั้น ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะใช้วิธีทดสอบโดยการให้สัตว์ที่มีปัญหากินอาหารสูตรพิเศษสำหรับการทดสอบเพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วประเมินอาการคัน ถ้าอาการคันลดลงจนต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะทดลองให้กลับไปกินอาหารเดิม แล้วประเมินอาการคันอีกครั้ง ถ้าสรุปได้ว่า มีปัญหาการแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะมีการทดสอบหาว่าองค์ประกอบ หรือสารตัวใดในอาหารที่เป็นปัญหา เพื่อที่จะได้หาวิธีแก้ปัญหาต่อไป (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร”)
3.การแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ หรือบางคนเรียกว่าโรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ (Canine atopic dermatitis, allergic dermatitis, canine atopy) เป็นอาการของโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะทางกรรมพันธุ์ โดยจะแสดงปฏิกิริยาภูมิแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น หรือเกสร ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าสุนัขที่มีปัญหามักจะแสดงอาการครั้งแรกในช่วงอายุระหว่าง 1-3 ปี สัตว์ที่มีปัญหาของโรคนี้จะแสดงอาการถู เลีย แทะ หรือเกา บริเวณเท้า หน้า หู รักแร้หรือโคนขาหนีบ ซึ่งทำให้ขนร่วง ผิวหนังแดง และหนาตัวขึ้นตามมา การวินิจฉัยโรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศค่อนข้างยุ่งยาก และใช้เวลา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะอาศัยข้อมูลประวัติของโรคผิวหนัง อาการที่แสดงออก ร่วมกับการประเมินอาการคันที่เหลืออยู่ หลังจากการจำกัดการได้รับน้ำลายหมัด และการจำกัดการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งจากตัวสัตว์ป่วย เจ้าของสัตว์และทุกคนในบ้าน รวมทั้งสัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้องทุกคน การรักษาในปัจจุบัน เราจะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดอาการของโรค และทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์ และตัวสัตว์ป่วยเองให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ”)
4.การติดเชื้อแทรกซ้อนในกลุ่มโรคภูมิแพ้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าโรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ มักเป็นทำให้เกิดการเป็นๆหายๆของการติดเชื้อของผิวหนังและหู ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อแทรกซ้อนได้แก่ แบคทีเรีย และยีสต์ ในรายที่มีปัญหาภูมิแพ้แล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าอาการคันจะรุนแรงขึ้นในทุกๆราย ดังนั้นในการควบคุมอาการคัน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จำเป็นต้องรักษาการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยเสมอ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “โรคติดเชื้อของผิวหนัง”)
เราสามารถรักษาโรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้หรือไม่
โชคไม่ดีที่เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้ ไม่ว่าในคนหรือสัตว์ก็ตาม และโรคนี้เป็นตลอดชีวิต การรักษาในปัจจุบัน เราจะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดอาการของโรค และทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์และตัวสัตว์ป่วยเองให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะมีการสร้างโปรแกรมการบำบัดรักษาให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่าย และวิถีการดำเนินชีวิตในแต่ละราย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการควบคุมโรคกลุ่มนี้
เราสามารถรักษาอาการคันโดยไม่ต้องทำการทดสอบพิเศษต่างๆเลยได้หรือไม่
คำตอบคือได้ เราสามารถสามารถใช้ยา โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์ในการควบคุมอาการคันได้ อย่างไรก็ตามการที่ไม่ได้กำจัดต้นตอของสาเหตุของอาการคันออกไปก่อน เราพบว่าอาการคันจะกลับมาหลังหยุดยา และที่สำคัญการใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ มักก่อปัญหา และผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยาได้ ด้วยเหตุผลนี้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการทดสอบพิเศษเพื่อหาสาเหตุของปัญหา เพื่อกำจัดออกไป หรือถ้ากำจัดออกไปไม่ได้เรายังสามารถเลือกวิธีควบคุมปัญหาที่มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงต่ำได้
การที่สัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาเรื่องอาการคัน มักนำมาซึ่งปัญหาที่ลำบากใจทั้งสัตว์ และตัวคุณเจ้าของสัตว์เสมอ ในหลายๆราย ปัญหานี้ยังเป็นตัวทดสอบถึงความผูกพันระหว่างตัวคุณ และสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมถึงยังทดสอบถึงความเชื่อมั่นของคุณต่อสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณอีกด้วย อาการคันจะให้สัตว์เลี้ยงของคุณเกา และแทะตัวเองตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เกิดการถลอก และมีบาดแผลเกิดขึ้นตามมา สาระที่มีอยู่ในเอกสารที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นการให้ความรู้ และทำความเข้าใจถึงปัญหา และสาเหตุต่างของอาการคัน รวมถึงโรคภูมิแพ้แต่ละชนิดในสัตว์เลี้ยงของคุณเจ้าของสัตว์ทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้
สาเหตุของอาการคันที่พบได้บ่อย
สาเหตุของอาการคันเรื้อรังที่พบได้บ่อย แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การติดเชื้อของผิวหนัง ปรสิตของผิวหนัง และกลุ่มสุดท้าย “กลุ่มโรคภูมิแพ้” การติดเชื้อของผิวหนังมักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์ สำหรับปรสิตของผิวหนังตัวหลักๆได้แก่ หมัด และไรตระกูลหิด ที่คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มักพบว่าสัตว์ป่วยที่มีอาการคันรุนแรง และเรื้อรังหลายๆรายมีสาเหตุมาจากหมัด และไรตระกูลหิด และทางเราพบว่าเกือบทุกรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้จะมีอาการแย่ลงเมื่อเริ่มมีปัญหาการติดหมัด! ส่วนกลุ่มโรคภูมิแพ้ได้แก่ การแพ้น้ำลายของหมัด การแพ้สารภูมิแพ้ในอากาศ การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร และการแพ้สัมผัส
กลุ่มโรคภูมิแพ้ คืออะไร
กลุ่มโรคภูมิแพ้ คือภาวะภูมิไวเกินซึ่งเป็นการตอบสนองต่อสารที่เรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอุบัติการณ์ของกลุ่มโรคภูมิแพ้พบได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในคน และสัตว์ ในคนจะแสดงอาการของโรคภูมิแพ้โดยการจาม น้ำมูกน้ำตาใหล หรือ หอบหืด ส่วนในสุนัขเกือบทั้งหมดจะแสดงอาการทางผิวหนังได้แก่ผิวหนังแดง คัน มีการติดเชื้อของผิวหนังและหูที่ไม่ยอมหายขาด และขนร่วง
กลุ่มโรคภูมิแพ้มีอะไรบ้าง
โรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ตัวหลักๆได้แก่ การแพ้น้ำลายของหมัด การแพ้สารภูมิแพ้ในอากาศ การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร และการแพ้สัมผัส ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงการแพ้สัมผัสเพราะพบได้น้อยมาก จะขอกล่าวถึง 3 ตัวที่เหลือ ซึ่งพบได้ค่อนข้างบ่อย
1.การแพ้น้ำลายของหมัด เป็นโรคผิวหนังของสุนัข และแมวที่พบได้บ่อยที่สุด ที่คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่า 70% ของสุนัข และแมวที่มีปัญหาโรคผิวหนัง จะมีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัดร่วมอยู่ด้วย โรคนี้เกิดจากการแพ้น้ำลายหมัด ดังนั้นน้ำลายจากหมัดเพียงแค่ 1ตัว ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดปัญหาการแพ้ได้แล้ว และปฏิกริยาการแพ้ต่อน้ำลายหมัดจะเกิดหลังจากสัตว์ได้รับน้ำลาย 2 ชั่วโมง ถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเวลาที่มากพอที่จะหมัดจะหนีไปก่อนที่จะแสดงอาการคัน ทำให้ไม่พบตัวหมัดในสัตว์ตัวที่มีปัญหาได้ จึงมักเกิดคำถามในใจของเจ้าของสัตว์ว่า “ทำไมหมอว่าหมา (แมว) ของผม/ฉัน มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัด ในเมื่อผม/ฉัน ไม่เคยพบหมัดบนตัวหมา (แมว) ของผม/ฉันเลย” ที่สำคัญอีกประการคือ ภูมิอากาศในประเทศไทยเป็นแบบร้อนชื้น ซึ่งเหมาะแก่การแพร่กระจาย และดำรงชีวิตของหมัด จึงสามารถพบปัญหาหมัดในประเทศไทยได้ตลอดปี เนื่องจากการแพ้น้ำลายของหมัดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย จึงจำเป็นต้องควบคุมหมัดอย่างเต็มที่ก่อนที่จะทำการตรวจหาโรคภูมิแพ้ตัวอื่น และเนื่องจากทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าเกือบทุกรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้จะมีอาการแย่ลงเมื่อเริ่มมีปัญหาการติดหมัด จึงจำเป็นอีกเช่นกันที่ต้องควบคุมหมัดอย่างเต็มที่ ในทุกๆรายที่มีปัญหาภูมิแพ้ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “การแพ้น้ำลายหมัด”)
2.การแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร สัตว์บางตัวจะมีการแพ้องค์ประกอบบางอย่างในอาหาร โดยทั่วไปมักแพ้องค์ประกอบพวกโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรทเช่น เนื้อวัว หมู ไก่ ข้าวโพด แป้งสาลี หรือถั่วเหลือง แต่บางตัว เราพบว่าสามารถแพ้พวกสารปรุงแต่งต่างๆเช่น สารถนอมอาหาร สารแต่งสีและกลิ่น เป็นต้น การวินิจฉัยการแพ้สารภูมิแพ้ในอาหารนั้น ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะใช้วิธีทดสอบโดยการให้สัตว์ที่มีปัญหากินอาหารสูตรพิเศษสำหรับการทดสอบเพียงอย่างเดียวเป็นระยะเวลาหนึ่ง แล้วประเมินอาการคัน ถ้าอาการคันลดลงจนต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะทดลองให้กลับไปกินอาหารเดิม แล้วประเมินอาการคันอีกครั้ง ถ้าสรุปได้ว่า มีปัญหาการแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะมีการทดสอบหาว่าองค์ประกอบ หรือสารตัวใดในอาหารที่เป็นปัญหา เพื่อที่จะได้หาวิธีแก้ปัญหาต่อไป (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “การแพ้สารภูมิแพ้ในอาหาร”)
3.การแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ หรือบางคนเรียกว่าโรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ (Canine atopic dermatitis, allergic dermatitis, canine atopy) เป็นอาการของโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวเนื่องกับลักษณะทางกรรมพันธุ์ โดยจะแสดงปฏิกิริยาภูมิแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่น หรือเกสร ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าสุนัขที่มีปัญหามักจะแสดงอาการครั้งแรกในช่วงอายุระหว่าง 1-3 ปี สัตว์ที่มีปัญหาของโรคนี้จะแสดงอาการถู เลีย แทะ หรือเกา บริเวณเท้า หน้า หู รักแร้หรือโคนขาหนีบ ซึ่งทำให้ขนร่วง ผิวหนังแดง และหนาตัวขึ้นตามมา การวินิจฉัยโรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศค่อนข้างยุ่งยาก และใช้เวลา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะอาศัยข้อมูลประวัติของโรคผิวหนัง อาการที่แสดงออก ร่วมกับการประเมินอาการคันที่เหลืออยู่ หลังจากการจำกัดการได้รับน้ำลายหมัด และการจำกัดการแพ้สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร ซึ่งต้องได้รับความร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งจากตัวสัตว์ป่วย เจ้าของสัตว์และทุกคนในบ้าน รวมทั้งสัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้องทุกคน การรักษาในปัจจุบัน เราจะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดอาการของโรค และทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์ และตัวสัตว์ป่วยเองให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “โรคผิวหนังอักเสบจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ”)
4.การติดเชื้อแทรกซ้อนในกลุ่มโรคภูมิแพ้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าโรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ มักเป็นทำให้เกิดการเป็นๆหายๆของการติดเชื้อของผิวหนังและหู ซึ่งเชื้อที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อแทรกซ้อนได้แก่ แบคทีเรีย และยีสต์ ในรายที่มีปัญหาภูมิแพ้แล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าอาการคันจะรุนแรงขึ้นในทุกๆราย ดังนั้นในการควบคุมอาการคัน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จำเป็นต้องรักษาการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยเสมอ (รายละเอียดกรุณาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “โรคติดเชื้อของผิวหนัง”)
เราสามารถรักษาโรคในกลุ่มโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้หรือไม่
โชคไม่ดีที่เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้ ไม่ว่าในคนหรือสัตว์ก็ตาม และโรคนี้เป็นตลอดชีวิต การรักษาในปัจจุบัน เราจะมุ่งเน้นไปที่การจำกัดอาการของโรค และทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าของสัตว์และตัวสัตว์ป่วยเองให้มี คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะมีการสร้างโปรแกรมการบำบัดรักษาให้เหมาะสมกับค่าใช้จ่าย และวิถีการดำเนินชีวิตในแต่ละราย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการควบคุมโรคกลุ่มนี้
เราสามารถรักษาอาการคันโดยไม่ต้องทำการทดสอบพิเศษต่างๆเลยได้หรือไม่
คำตอบคือได้ เราสามารถสามารถใช้ยา โดยเฉพาะยาในกลุ่มสเตียรอยด์ในการควบคุมอาการคันได้ อย่างไรก็ตามการที่ไม่ได้กำจัดต้นตอของสาเหตุของอาการคันออกไปก่อน เราพบว่าอาการคันจะกลับมาหลังหยุดยา และที่สำคัญการใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ มักก่อปัญหา และผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการใช้ยาได้ ด้วยเหตุผลนี้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการทดสอบพิเศษเพื่อหาสาเหตุของปัญหา เพื่อกำจัดออกไป หรือถ้ากำจัดออกไปไม่ได้เรายังสามารถเลือกวิธีควบคุมปัญหาที่มีความปลอดภัยสูง และมีผลข้างเคียงต่ำได้
Monday, September 27, 2010
ผิวหนังอักเสบของแมวเหมียว หรือ แมว คันๆๆๆ( Feline dermatitis VS Felline pruritus)
ผิวหนังอักเสบของแมวเหมียว หรือ แมว คันๆๆๆ( Feline dermatitis VS Felline pruritus)
อาการคัน จากผิวหนังอักเสบในแมวเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในแมวที่มีปัญหาโรคผิวหนัง ซึ่งเกือบทุกโรคจะแสดงรูปแบบภายนอกที่เห็นด้วยตาเปล่าคล้ายๆ จนเกือบจะเหมือนกัน แต่การดำเนินโรคต่างกันสิ้นเชิง การแสดงรูปแบบภายนอก จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่า หนึ่งอย่างดังนี้ ขนร่วง ที่เกิดจากการเลีย หรือเกา (Self-induced alopecia), มีสะเก็ดเม็ดเล็กๆขนาดประมาณครึ่งมิลลิเมตรกระจายอยู่ตามลำตัว (Miliary dermatitis), การเกิด eosinophilic granuloma complex เป็นต้น สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบในแมวได้แก่
1. กลากแมว (Dermatophyte หรือ ringworm) เป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดในแมว สามารถติดสู่คนได้
2. กลุ่มโรคภูมิแพ้ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดว่าทำให้เกิดอาการคันในแมว โรคในกลุ่มนี้ได้แก่
+ การแพ้น้ำลายหมัด หรือชิ้นส่วนของตัวหมัด (Flea allergy)
+ การแพ้องค์ประกอบของแมลงต่างๆ (Insect hypersensitivity) เช่น ยุง ผีเสื้อราตรี ผึ้ง แมลงสาป เป็นต้น
+ ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากอาหาร และการแพ้อาหาร (Adverse food reactions หรือ Food allergy)
+ การแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ (Atopy)
+ การแพ้สัมผัส (Contact hypersensitivity)
3. กลุ่มโรคขี้เรื้อน
+ ขี้เรื้อนรูขุมขน (Demodicosis)
+ หิดแมว
+ การติดไรCheyletiella mites หรือรังแคเดินได้
4. การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial pyoderma)
5. กลุ่มโรค Pemphigus
6. ปฏิกิริยาจากยา (Drug reactions)
7. อาการคันจากผลข้างเคียงของมะเร็งบางชนิด (Paraneoplastic pruritus)
8. อาการขนร่วง จากสาเหตุทางจิตเวช (Psychogenic alopecia)
9. การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
อาการคัน จากผิวหนังอักเสบในแมวเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยในแมวที่มีปัญหาโรคผิวหนัง ซึ่งเกือบทุกโรคจะแสดงรูปแบบภายนอกที่เห็นด้วยตาเปล่าคล้ายๆ จนเกือบจะเหมือนกัน แต่การดำเนินโรคต่างกันสิ้นเชิง การแสดงรูปแบบภายนอก จะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมากกว่า หนึ่งอย่างดังนี้ ขนร่วง ที่เกิดจากการเลีย หรือเกา (Self-induced alopecia), มีสะเก็ดเม็ดเล็กๆขนาดประมาณครึ่งมิลลิเมตรกระจายอยู่ตามลำตัว (Miliary dermatitis), การเกิด eosinophilic granuloma complex เป็นต้น สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวหนังอักเสบในแมวได้แก่
1. กลากแมว (Dermatophyte หรือ ringworm) เป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุดในแมว สามารถติดสู่คนได้
2. กลุ่มโรคภูมิแพ้ เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดว่าทำให้เกิดอาการคันในแมว โรคในกลุ่มนี้ได้แก่
+ การแพ้น้ำลายหมัด หรือชิ้นส่วนของตัวหมัด (Flea allergy)
+ การแพ้องค์ประกอบของแมลงต่างๆ (Insect hypersensitivity) เช่น ยุง ผีเสื้อราตรี ผึ้ง แมลงสาป เป็นต้น
+ ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์จากอาหาร และการแพ้อาหาร (Adverse food reactions หรือ Food allergy)
+ การแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ (Atopy)
+ การแพ้สัมผัส (Contact hypersensitivity)
3. กลุ่มโรคขี้เรื้อน
+ ขี้เรื้อนรูขุมขน (Demodicosis)
+ หิดแมว
+ การติดไรCheyletiella mites หรือรังแคเดินได้
4. การติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial pyoderma)
5. กลุ่มโรค Pemphigus
6. ปฏิกิริยาจากยา (Drug reactions)
7. อาการคันจากผลข้างเคียงของมะเร็งบางชนิด (Paraneoplastic pruritus)
8. อาการขนร่วง จากสาเหตุทางจิตเวช (Psychogenic alopecia)
9. การติดเชื้อไวรัสบางชนิด
อาการที่บอกให้รู้ว่าแมวของคุณมีอาการคัน
อาการที่บอกให้รู้ว่าแมวของคุณมีอาการคัน
แมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่ง ทำให้เจ้าของแมวหลายๆคน (รวมทั้งสัตวแพทย์หลายท่านด้วย)ไม่รู้เลยว่าแมวของตน หรือแมวที่ตนดูแลอยู่มีอาการคัน จนกระทั่งอาการมากจนเก็บอาการไม่อยู่ ถึงได้รู้ว่ามีปัญหา ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เจ้าของแมวหลายๆคนไม่เชื่อว่าแมวมีอาการคันจนกระทั่งเกิดรอยโรคที่รักษาได้ค่อนข้างยากแล้วถึงจะเชื่อ รวมทั้งตัวสัตวแพทย์หลายๆคนที่มาขอคำแนะนำ ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าแมวที่ตนเองดูแลรักษาอยู่จะมีอาการคัน อาการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่พบได้บ่อยว่าเป็นบอกว่าแมวของท่านกำลังคัน
1. ขนร่วง ที่เกิดจากการเลีย หรือเกา (Self-induced alopecia) โดยเฉพาะโคนขาหลังด้านใน และใต้ท้อง ---เป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อย
2. มีสะเก็ดเม็ดเล็กๆขนาดประมาณครึ่งมิลลิเมตรกระจายอยู่ตามลำตัว (Miliary dermatitis)
3. การเกิด eosinophilic granuloma complex (eosinophilic plaque, linear granuloma, indolent ulcer, and oral granuloma) --ขออภัยที่ผู้เขียนไม่สามารถให้คำอธิบายที่เป็นภาษาไทยได้
4. การคัน-เกา แถวหัวและคอ พบได้ในรายที่เป็นมาก และอาจสับสนกับการเลียแต่งขนของแมวตามปกติ
5. การเกิดก้อนขนในทางเดินอาหาร หรือการเกิดสังตัง (ข้อสังเกตุส่วนตัวของผู้เขียนเอง)
อยากใคร่ขอรบกวนให้ ท่านเจ้าของแมวลองสังเกตุแมวของท่นดูว่ามีสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ ถ้ามี ควรพาแมวของท่านไปรับการตรวจ-รักษาจากสัตวแพทย์ทันทีที่ท่านสะดวก
แมวเป็นสัตว์ที่เก็บอาการเก่ง ทำให้เจ้าของแมวหลายๆคน (รวมทั้งสัตวแพทย์หลายท่านด้วย)ไม่รู้เลยว่าแมวของตน หรือแมวที่ตนดูแลอยู่มีอาการคัน จนกระทั่งอาการมากจนเก็บอาการไม่อยู่ ถึงได้รู้ว่ามีปัญหา ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนเอง เจ้าของแมวหลายๆคนไม่เชื่อว่าแมวมีอาการคันจนกระทั่งเกิดรอยโรคที่รักษาได้ค่อนข้างยากแล้วถึงจะเชื่อ รวมทั้งตัวสัตวแพทย์หลายๆคนที่มาขอคำแนะนำ ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าแมวที่ตนเองดูแลรักษาอยู่จะมีอาการคัน อาการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่พบได้บ่อยว่าเป็นบอกว่าแมวของท่านกำลังคัน
1. ขนร่วง ที่เกิดจากการเลีย หรือเกา (Self-induced alopecia) โดยเฉพาะโคนขาหลังด้านใน และใต้ท้อง ---เป็นอาการที่พบได้ค่อนข้างบ่อย
2. มีสะเก็ดเม็ดเล็กๆขนาดประมาณครึ่งมิลลิเมตรกระจายอยู่ตามลำตัว (Miliary dermatitis)
3. การเกิด eosinophilic granuloma complex (eosinophilic plaque, linear granuloma, indolent ulcer, and oral granuloma) --ขออภัยที่ผู้เขียนไม่สามารถให้คำอธิบายที่เป็นภาษาไทยได้
4. การคัน-เกา แถวหัวและคอ พบได้ในรายที่เป็นมาก และอาจสับสนกับการเลียแต่งขนของแมวตามปกติ
5. การเกิดก้อนขนในทางเดินอาหาร หรือการเกิดสังตัง (ข้อสังเกตุส่วนตัวของผู้เขียนเอง)
อยากใคร่ขอรบกวนให้ ท่านเจ้าของแมวลองสังเกตุแมวของท่นดูว่ามีสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นหรือไม่ ถ้ามี ควรพาแมวของท่านไปรับการตรวจ-รักษาจากสัตวแพทย์ทันทีที่ท่านสะดวก
Friday, September 24, 2010
อาการที่บอกให้รู้ว่าสุนัขของคุณมีปัญหาหูอักเสบ
หูของสุนัขของท่านมีอาการต่อไปนี้หรือไม่
บวม แดง (Red; swollen), ขนบนใบหูร่วง (Hair loss on pinnae), กลิ่นเหม็น (Bad odor), คัน (Itchy), สะบัดหัวบ่อยๆ (Head shaking), มีก้อนเนื้อ (Masses), ขี้หูมาก (Excessive cerumen), หัวเอียง (Head tilt), มีของเหลวขุ่นๆ ครีมๆ เหลืองๆในรูหู
(Creamy, yellow discharge in the ears), มีหนอง (pus)
ถ้ามีควรพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
บวม แดง (Red; swollen), ขนบนใบหูร่วง (Hair loss on pinnae), กลิ่นเหม็น (Bad odor), คัน (Itchy), สะบัดหัวบ่อยๆ (Head shaking), มีก้อนเนื้อ (Masses), ขี้หูมาก (Excessive cerumen), หัวเอียง (Head tilt), มีของเหลวขุ่นๆ ครีมๆ เหลืองๆในรูหู
(Creamy, yellow discharge in the ears), มีหนอง (pus)
ถ้ามีควรพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
Labels:
โรคผิวหนัง,
สุนัข,
หมา,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
อาการที่บอกให้รู้ว่าสุนัขของคุณมีอาการคัน
ท่านเจ้าของสัตว์เลี้ยง เห็นสุนัขของท่านมีพฤติกรรมต่อไปนี้หรือไม่
ชอบเอาเท้าถูหน้า (rub at the face), เลียแถวท้อง (lick the stomach area), แทะแถวหาง (bite at the tail area) เกาสีข้างลำตัว (scratch at its sides), เอาหลังไถโต๊ะ ผนัง หรือพื้น (roll on its back), เลีย หรือแทะเท้า (lick or chew the paws)
ถ้ามี ควรหาเวลาพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์ เพื่อที่จะได้หาสาเหตุที่ทำให้คัน และจะได้รักษาได้ทัน และง่าย
ชอบเอาเท้าถูหน้า (rub at the face), เลียแถวท้อง (lick the stomach area), แทะแถวหาง (bite at the tail area) เกาสีข้างลำตัว (scratch at its sides), เอาหลังไถโต๊ะ ผนัง หรือพื้น (roll on its back), เลีย หรือแทะเท้า (lick or chew the paws)
ถ้ามี ควรหาเวลาพาสุนัขของท่านไปพบสัตวแพทย์ เพื่อที่จะได้หาสาเหตุที่ทำให้คัน และจะได้รักษาได้ทัน และง่าย
Labels:
โรคผิวหนัง,
สุนัข,
หมา,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
อาการที่บอกให้รู้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นโรคผิวหนัง
จากการสังเกตุของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) อาการที่บอกให้รู้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นโรคผิวหนังได้แก่
แผลเปื่อย แผลถลอก (sores), รังแค (dandruff), ขนร่วง (hair loss), มีสะเก็ดแผล (scabs), ผิวหนังนังแดง (redness), ตาแฉะ (watery eyes), ลมพิษ (hives), หูอักเสบ (ear problems), ผิวหนังร้อนกว่าปกติ ('heat'), กลิ่นตัว (odor), ผิวหนังแฉะ หรือเยิ้ม (sweating), มีเม็ดตุ่มตามตัว (spot), ขนร่วง (Hair loss), ขนหยาบกระด้าง (Dull; unkempt), รังแค และสะเก็ด (Scaly), ผิวหนังแห้ง (Dry), ผิวหนังมัน (Oily), คัน (Itching), ผลัดขนมากผิดสังเกตุ (Over-shedding), สังคตัง (Mats), ก้อนเนื้องอก หรือหูดบนผิวหนัง (Tumors or warts), เห็นตัวเห็บ หมัด เหา หรือไร (Parasites), มีก้อนแปลกๆอยู่ใต้ผิวหนัง (Abnormal lumps under the skin), ตุ่มหนอง (Pustules), มีสะเก็ดที่หัว และคอ (Crusts on neck and head)
จะเห็นได้ว่ามีหลายอาการที่นึกไม่ถึงว่า จะเป็นอาการที่ฟ้องกำลังมีปัญหาที่ผิวหนัง ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอให้ลองสังเกตุที่ตัวสัตว์เลี้ยงของท่านดู ถ้ามีอาการข้างต้น ควรหาเวลาที่สะดวกเพื่อที่จะได้พาสัตว์เลี้ยงของท่านไปพบสัตวแพทย์ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนแก้ไขได้ยาก
แผลเปื่อย แผลถลอก (sores), รังแค (dandruff), ขนร่วง (hair loss), มีสะเก็ดแผล (scabs), ผิวหนังนังแดง (redness), ตาแฉะ (watery eyes), ลมพิษ (hives), หูอักเสบ (ear problems), ผิวหนังร้อนกว่าปกติ ('heat'), กลิ่นตัว (odor), ผิวหนังแฉะ หรือเยิ้ม (sweating), มีเม็ดตุ่มตามตัว (spot), ขนร่วง (Hair loss), ขนหยาบกระด้าง (Dull; unkempt), รังแค และสะเก็ด (Scaly), ผิวหนังแห้ง (Dry), ผิวหนังมัน (Oily), คัน (Itching), ผลัดขนมากผิดสังเกตุ (Over-shedding), สังคตัง (Mats), ก้อนเนื้องอก หรือหูดบนผิวหนัง (Tumors or warts), เห็นตัวเห็บ หมัด เหา หรือไร (Parasites), มีก้อนแปลกๆอยู่ใต้ผิวหนัง (Abnormal lumps under the skin), ตุ่มหนอง (Pustules), มีสะเก็ดที่หัว และคอ (Crusts on neck and head)
จะเห็นได้ว่ามีหลายอาการที่นึกไม่ถึงว่า จะเป็นอาการที่ฟ้องกำลังมีปัญหาที่ผิวหนัง ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอให้ลองสังเกตุที่ตัวสัตว์เลี้ยงของท่านดู ถ้ามีอาการข้างต้น ควรหาเวลาที่สะดวกเพื่อที่จะได้พาสัตว์เลี้ยงของท่านไปพบสัตวแพทย์ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนแก้ไขได้ยาก
Labels:
แมว,
โรคผิวหนัง,
สัตว์เลี้ยง,
สุนัข,
หมา,
อาการของโรคผิวหนัง และหูอักเสบ
Subscribe to:
Posts (Atom)