อาการของโรคหิดสุนัข (scabies)
โรคหิดสุนัข (scabies) หรือโรคขี้เรื้อนซาร์คอปติค (Sarcoptic mange) หรือบางคนเรียกว่าขี้เรื้อนแห้ง เป็นโรคผิวหนังที่ติดต่อกันได้ง่าย และสามารถติดคนได้ เกิดการที่ตัวไรหิดฝังตัวเข้าไปในผิวหนัง แล้วทำให้เกิดอาการเกาคันอย่างรุนแรงจนในบางตัวถึงขนาดที่เรียกว่าคันจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าอาการน่าสงสัยว่าสุนัขเป็นโรคหิดสุนัขได้แก่ อาการเกาคันอย่างรุนแรง มีรอยถลอกหรือเลือดออกตรงบริเวณที่คัน ขนร่วง
โรคนี้สามารถติดคนได้ ถ้าเจ้าของมีเม็ดตุ่มแดงๆ และคันอย่างรุนแรง ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำควรพาสุนัขไปรับการตรวจจากสัตวแพทย์ และตัวเจ้าของควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่เวบเพจของ “คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)” หวังว่าทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมคงได้รับประโยชน์จากเวบเพจนี้
แนะนำคลินิก
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง เป็นส่วนหนึ่งของคลินิกบ้านรักสัตว์ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการบำบัดรักษาโรคผิวหนังสัตว์ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น จนถึงระดับการตรวจรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้ง ยังให้บริการรับส่งต่อเพื่อการตรวจรักษาต่อเนื่องในรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่นอีกด้วย
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”
การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด
ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด
ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”
การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด
ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด
การบริการของเรา
การบริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยงประกอบด้วย
· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique
· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique
ที่ตั้งคลินิก
66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
โทร. 064-253-5695
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
โทร. 064-253-5695
มือถือ 064-253-5695 (เปิดเครื่องรับสาย 8.00 น. - 20.00น.)
E-mail: allergyvet@yahoo.com
LINE : allergyskinvet
Facebook: facebook.com/allergyskinvet และ http://www.facebook.com/allergydermvet
พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)
แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695
LINE : allergyskinvet และที่
Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet
และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ
เวลาทำการ
อาทิตย์ 13.00-20.30น.
จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)
เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)
เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ
จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว
ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้
จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)
เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)
เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ
จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว
ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้
ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695
LINE : allergyskinvet และที่
Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet
และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ
ราคาค่าบริการสำหรับการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง
ราคาค่าบริการสำหรับโรคผิวหนังทั่วไป และโรคภูมิแพ้
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น จะแจ้งราคาให้ทราบเมื่อจำเป็นต้องทำการตรวจ
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)
+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)
+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว
สำหรับท่านที่ไม่ชอบพกเงินสด
😀
😀 ตอนนี้ทางคลินิกได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินโดยใช้ การโอนเงินผ่าน Promtpay, การใช้ QR Code (ไม่ค่าโอนถ้าใช้บัญชี Promptpay) และรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต(คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตร 3%) ได้แล้วครับ
😁
😁
เส้นทางมาที่คลินิก
คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160
การเดินทางมาที่คลินิกบ้านรักสัตว์(ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะสามารถมาได้หลายทาง โดยถ้ามาจาก ถ.กาญจนาภิเษก ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13(บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ จะเห็นซุ้มประตูวัดมะพร้าวเตี้ยอยู่ด้านซ้าย ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจะเห็นหมู่บ้านศุภาลัยอยู่ด้านขวา จะเห็นตึกแถวของหมู่บ้านนิศาชลอยู่ติดกับหมู่บ้านศุภาลัย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก
ถ้ามาจาก ถ.ราชพฤกษ์ ถ.พุทธมณฑลสาย1 ถ.จรัลสนิทวงศ์ หรือ ถ.เพชรเกษม48 ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13 (บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.กาญจนาภิเษก วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจนข้ามสะพานข้ามคลองราชมนตรี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก
พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)
แผนที่ของคลินิก: ให้ ก็อปปี้ 13.741167,100.422598 แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก
จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่
สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
การเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงเพื่อรับการตรวจโรคผิวหนังกับทางคลินิกบ้านรักสัตว์
เพื่อที่จะเป็นการประหยัดเวลา และลดการใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีแก่เจ้าของสัตว์ป่วย
* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ
* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร
* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง
* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง
*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง
* ควรโทรนัดล่วงหน้า
*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่
* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก
https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit
โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง
http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ
* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร
* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย
*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง
* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง
*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง
* ควรโทรนัดล่วงหน้า
*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่
* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก
https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit
โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง
http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้
การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
Showing posts with label ขี้เรื้อน. Show all posts
Showing posts with label ขี้เรื้อน. Show all posts
Sunday, July 17, 2011
Monday, August 2, 2010
น้ำมันเครื่อง กับโรคผิวหนังของสุนัข
จากการสังเกตุของคลินิกบ้านรักสัตว์ สุนัขที่เป็นโรคผิวหนัง แล้วมีการใช้น้ำมันเครื่องโชลมเพื่อการรักษาโรคผิวหนัง ก่อนหน้าที่จะมาที่คลินิกบ้านรักสัตว์ จะพบว่าผิวหนังของสุนัขเมื่อได้สัมผัสกับน้ำมันเครื่อง จะเกิดปื้นแดงที่บริเวณที่สัมผัส (ในกรณีไม่รุนแรง) ถึงอาจถูกทำลาย (ในกรณีที่รุนแรง) นอกจากนี้ ในตำราพิษวิทยาส่วนใหญ่จะเขียนไว้ว่า สารไฮโดรคาร์บอนที่อยู่ในน้ำมันเครื่อง สามารถซึมผ่านผิวหนัง เข้าสู่ร่างกายแล้วทำให้ความดันโลหิตลดลงอย่างรุนแรง จนอาจช็อค หรือตายได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่สุนัขเลียน้ำมันเครื่องเข้าไปในปาก อาจให้เกิดการสำลักอาเจียนเข้าปอด ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบ หรือเสียหายของเนื้อปอดได้ รวมถึงน้ำมันเครื่องที่เข้าสู่ร่างกายไม่ว่าทางใด จะทำให้ตับ และไตเสียหายได้
ดังนั้น อย่าแนะนำให้ใช้หรือใช้น้ำมันเครื่องรักษาโรคผิวหนังสุนัข ยกเว้นว่าคุณสามารถรับผิดชอบกับผลที่ตามมาทั้งหมดได้
ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ไม่เชื่อว่ายาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคจะมีจริงในโลก ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคตำหรับของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)คือ การตรวจวินิฉัยที่แม่นยำ ร่วมกับแผนการรักษาที่รัดกุมเท่านั้น
ดังนั้น อย่าแนะนำให้ใช้หรือใช้น้ำมันเครื่องรักษาโรคผิวหนังสุนัข ยกเว้นว่าคุณสามารถรับผิดชอบกับผลที่ตามมาทั้งหมดได้
ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ไม่เชื่อว่ายาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคจะมีจริงในโลก ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรคตำหรับของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)คือ การตรวจวินิฉัยที่แม่นยำ ร่วมกับแผนการรักษาที่รัดกุมเท่านั้น
Labels:
ขี้เรื้อน,
น้ำมันเครื่อง,
โรคผิวหนัง,
โรคภูมิแพ้,
สุนัข
Monday, July 26, 2010
โรคหิดสุนัข (Sarcoptic Mange ,Scabies)
โรคหิดสุนัข (Sarcoptic Mange ,Scabies)
โรคหิดสุนัข หรือบางคนว่าโรคขี้เรื้อนแห้ง หรือโรคขี้เรื้อนซาร์คอปติค เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดไรที่เรียกว่า Sarcoptes scabiei หรือไรหิดซึ่งไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องดูโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น สุนัขที่ติดไรชนิดนี้จะมีอาการเกา และคันอย่างรุนแรงเนื่องจากการเกิดผิวหนังอักเสบซึ่งเป็นผลจากการที่ไรตัวเมียจะขุดโพรงที่หนังกำพร้าชั้นนอกเพื่อวางไข่ และปล่อยสารบางอย่างมาทำปฏิกิริยากับตัวผิวหนัง โดยทั่วไปไรตัวโตเต็มวัยจะมีอายุขัย 3-4 สัปดาห์เมื่ออาสัยบนผิวหนัง และตัวเมียจะวางไข่ในโพรงที่ขุดประมาณ 3-4 ใบต่อโพรง ซึ่งไข่ที่ออกมาจะฟักตัวในอีก 3-10 วัน
อาการเกาและคันอย่างรุนแรง คือลักษระเด่นของสุนัขที่เป็นโรคนี้ โรคนี้จัดได้ว่าเป็นโรคที่เกาคันอย่างรุนแรงที่สุดโรคหนึ่งของสุนัข โดยอาการคันมักพบได้ในบริเวณที่ปลอดขนบนตัวสุนัข ขอบของใบหู ศอก และใต้ท้องคือบริเวณที่ตัวไรชอบอาศัยอยู่ อาการคัน และบริเวณที่ชอบแสดงอาการคันของสุนัขที่เป็นโรคนี้ มักทำให้สัตวแพทย์หลายๆท่านหลงทางโดยจะไปสับสนกับโรคภูมิแพ้ได้
โรคนี้เป็นโรคติดต่อได้โดยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ตัวอื่นๆที่เป็นโรคนี้ ดังนั้นถ้ามีสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้เพียงแค่ตัวเดียว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ขอแนะนำว่าควรที่ต้องให้การรักษาทุกตัวในบ้านด้วย และของใช้ควรจะต้องทำความสะอาด หรือเปลี่ยนด้วย
การวินิจฉัย ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้วิธีการขูดผิวหนัง ร่วมกับการให้ยาทดสอบ ส่วนการรักษาทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้ยาอาบ ยาฉีด ยากิน หรือยาหยดหลังขึ้นกับสุนัขแต่ละตัว และความพร้อม และความสะดวกของตัวเจ้าของสัตว์แต่ละคน ซึ่งทางคลินิกจะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละกรณีไป
โรคหิดสุนัข หรือบางคนว่าโรคขี้เรื้อนแห้ง หรือโรคขี้เรื้อนซาร์คอปติค เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดไรที่เรียกว่า Sarcoptes scabiei หรือไรหิดซึ่งไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องดูโดยการใช้กล้องจุลทรรศน์เท่านั้น สุนัขที่ติดไรชนิดนี้จะมีอาการเกา และคันอย่างรุนแรงเนื่องจากการเกิดผิวหนังอักเสบซึ่งเป็นผลจากการที่ไรตัวเมียจะขุดโพรงที่หนังกำพร้าชั้นนอกเพื่อวางไข่ และปล่อยสารบางอย่างมาทำปฏิกิริยากับตัวผิวหนัง โดยทั่วไปไรตัวโตเต็มวัยจะมีอายุขัย 3-4 สัปดาห์เมื่ออาสัยบนผิวหนัง และตัวเมียจะวางไข่ในโพรงที่ขุดประมาณ 3-4 ใบต่อโพรง ซึ่งไข่ที่ออกมาจะฟักตัวในอีก 3-10 วัน
อาการเกาและคันอย่างรุนแรง คือลักษระเด่นของสุนัขที่เป็นโรคนี้ โรคนี้จัดได้ว่าเป็นโรคที่เกาคันอย่างรุนแรงที่สุดโรคหนึ่งของสุนัข โดยอาการคันมักพบได้ในบริเวณที่ปลอดขนบนตัวสุนัข ขอบของใบหู ศอก และใต้ท้องคือบริเวณที่ตัวไรชอบอาศัยอยู่ อาการคัน และบริเวณที่ชอบแสดงอาการคันของสุนัขที่เป็นโรคนี้ มักทำให้สัตวแพทย์หลายๆท่านหลงทางโดยจะไปสับสนกับโรคภูมิแพ้ได้
โรคนี้เป็นโรคติดต่อได้โดยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ตัวอื่นๆที่เป็นโรคนี้ ดังนั้นถ้ามีสัตว์ป่วยด้วยโรคนี้เพียงแค่ตัวเดียว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ขอแนะนำว่าควรที่ต้องให้การรักษาทุกตัวในบ้านด้วย และของใช้ควรจะต้องทำความสะอาด หรือเปลี่ยนด้วย
การวินิจฉัย ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้วิธีการขูดผิวหนัง ร่วมกับการให้ยาทดสอบ ส่วนการรักษาทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้ยาอาบ ยาฉีด ยากิน หรือยาหยดหลังขึ้นกับสุนัขแต่ละตัว และความพร้อม และความสะดวกของตัวเจ้าของสัตว์แต่ละคน ซึ่งทางคลินิกจะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละกรณีไป
Wednesday, May 26, 2010
โรคขี้เรื้อนรูขุมขน (Demodicosis)
โรคขี้เรื้อนรูขุมขน หรือบางคนเรียกว่าโรคขี้เรื้อนเปียก เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากไรขี้เรื้อนที่ชื่อว่า ดีโมเดกซ์ ซึ่งไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไรขี้เรื้อนชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในรูขุมขน และต่อมไขมันของผิวหนัง การแพร่กระจายของไรขี้เรื้อนชนิดนี้จะแพร่จากแม่ไปยังลูกในช่วง 16 ชั่วโมงหลังคลอดเท่านั้น ซึ่งในสุนัขปกติทุกตัวจะมีไรขี้เรื้อนชนิดนี้อยู่ในจำนวนไม่มาก แต่ในสุนัขที่มีปัญหาภูมิคุ้มกัน จะทำให้ไรขี้เรื้อนเพิ่มจำนวนจนมากพอที่จะเกิดปัญหาได้
อาการที่แสดงออกของโรคนี้มี 2 แบบคือ เป็นเฉพาะที่ (localised) ซึ่งเป็นแค่พื้นที่เล็กๆบนผิวหนัง กับ แบบเป็นกระจายทั่วตัว (generalised) ซึ่งเป็นทั่วตัว รวมถึงที่เท้าด้วย รอยโรคของผิวหนังที่มีปัญหาได้แก่ ขนร่วงและแดง อาจพบลักษณะขุย และสะเก็ด เราพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เนื่องตัวไรไปทำให้รูขุมขนเสียหายได้อยู่บ่อยๆ ซึ่งการติดเชื้อแบคทีเรียนี้ จะทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง ถึงป่วยหนัก หรือตายได้ ถ้าการติดเชื้อนี้เป็นการติดเชื้อในชั้นลึก หรือมีการลามเข้าสู่กระแสเลือด โรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว (generalised demodicosis) สามารถแพร่ทางกรรมพันธุ์ได้ ดังนั้นสุนัขมีสายพันธุ์ หรือญาติที่เป็นโรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว จึงควรทำหมันทั้งหมดเพื่อหยุดการแพร่กระจายไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน การวินิจฉัยโรคนี้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง)จะกระทำโดยการขูดตรวจผิวหนัง เพื่อตรวจดูตัวไรด้วยกล้องจุลทรรศน์ สำหรับสุนัขที่เป็นโรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์มีความเห็นว่า ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุโน้มนำเพื่อที่ได้ทำการรักษาต่อไป
การรักษาโรคขี้เรื้อนรูขุมขน จะขึ้นกับอายุ สภาพของตัวสัตว์ป่วย และความรุนแรงของโรค แบบที่เป็นเฉพาะที่ในสุนัขอายุน้อยกว่า 1 ปี พบว่ากว่าครึ่งมักจะหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อแทรกซ้อน และต้องคอยระวังเรื่องการลุกลาม หรืออาการแย่ลง สำหรับในตัวที่ต้องการเก็บไว้ผสมพันธุ์ไม่ควรทำการรักษา ควรลองปล่อยให้หายเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นแบบเป็นกระจายทั่วตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์พบว่า บ่อยครั้งที่การใช้ยาทาหรืออาบทำให้บริเวณที่เป็นโรคดูแย่ลง ก่อนที่จะเริ่มหายดี และเราพบได้บ่อยอีกเช่นกันว่า ในหลายๆรายมักมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งในกรณีนี้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
ในรายที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้ยากิน หรืออาบเพื่อกำจัดตัวไรขี้เรื้อนที่อยู่ในรูขุมขนโดยตรง เนื่องจากรูขุมขนเป็นบริเวณที่ยาเข้าถึงได้ยาก และตัวไรขี้เรื้อนมักมีความทนต่อยา ดังนั้นการรักษาโรคนี้ส่วนใหญ่มักต้องใช้ยาในขนาดที่สูง และใช้เวลาในการรักษาที่นาน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะมีการทำการตรวจเป็นระยะเพื่อที่จะบอกได้ว่า เมื่อใดจึงสามารถหยุดยาได้ ซึ่งเจ้าของสุนัขไม่ควรหยุดยาเองเมื่อดูเหมือนว่าอาการหายดีแล้ว เพราะตัวไรที่ยังหลงเหลืออยู่จะทำให้กลับมาเป็นใหม่ได้อีก ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์พบว่า หลายๆรายที่กลับมาเป็นใหม่มักต้องการระยะเวลาในการรักษาที่นานขึ้น เพราะตัวไรจะมีความทนต่อยาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับโรคผิวหนังอื่นๆ ถ้ามีการการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ในสุนัขที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์มีความเห็นว่าควรที่จะได้รับการทำหมัน เพื่อลดปัจจัยที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรค ได้แก่ความเครียดจากวงรอบการเป็นสัด และลดการแพร่กระจายไปตามสายพันธุ์ โดยเฉพาะในกลุ่มพันธุ์แท้
ในรายที่เป็นแบบเฉพาะที่ ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม มักมีการพยากรณ์โรคที่ดี แต่ถ้าโรคเริ่มรุนแรงขึ้น การพยากรณ์โรคจะแย่ลงตามอาการที่เป็นมากขึ้น ในรายที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัวบางราย มักมีการกลับมาเป็นใหม่หลังการรักษา ซึ่งต้องการการตรวจ และทำการรักษาเพื่อควบคุมโรคเป็นระยะๆตลอดชีวิต แต่ในรายที่เหลือสามารถหายขาดได้เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ในสุนัขที่เป็นขี้เรื้อนรูขุมขนทุกตัว ต้องได้รับการดูแลที่ดี และปลอดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อาทิเช่น ให้อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนและสมดุล ได้รับการถ่ายพยาธิ ป้องกันพยาธิหัวใจ ป้องกันและกำจัดเห็บหมัด ตรวจเช็คร่างกายเป็นระยะ และได้รับโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสม เป็นต้น
อาการที่แสดงออกของโรคนี้มี 2 แบบคือ เป็นเฉพาะที่ (localised) ซึ่งเป็นแค่พื้นที่เล็กๆบนผิวหนัง กับ แบบเป็นกระจายทั่วตัว (generalised) ซึ่งเป็นทั่วตัว รวมถึงที่เท้าด้วย รอยโรคของผิวหนังที่มีปัญหาได้แก่ ขนร่วงและแดง อาจพบลักษณะขุย และสะเก็ด เราพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เนื่องตัวไรไปทำให้รูขุมขนเสียหายได้อยู่บ่อยๆ ซึ่งการติดเชื้อแบคทีเรียนี้ จะทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง ถึงป่วยหนัก หรือตายได้ ถ้าการติดเชื้อนี้เป็นการติดเชื้อในชั้นลึก หรือมีการลามเข้าสู่กระแสเลือด โรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว (generalised demodicosis) สามารถแพร่ทางกรรมพันธุ์ได้ ดังนั้นสุนัขมีสายพันธุ์ หรือญาติที่เป็นโรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว จึงควรทำหมันทั้งหมดเพื่อหยุดการแพร่กระจายไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน การวินิจฉัยโรคนี้ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง)จะกระทำโดยการขูดตรวจผิวหนัง เพื่อตรวจดูตัวไรด้วยกล้องจุลทรรศน์ สำหรับสุนัขที่เป็นโรคขี้เรื้อนรูขุมขนแบบเป็นกระจายทั่วตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์มีความเห็นว่า ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุโน้มนำเพื่อที่ได้ทำการรักษาต่อไป
การรักษาโรคขี้เรื้อนรูขุมขน จะขึ้นกับอายุ สภาพของตัวสัตว์ป่วย และความรุนแรงของโรค แบบที่เป็นเฉพาะที่ในสุนัขอายุน้อยกว่า 1 ปี พบว่ากว่าครึ่งมักจะหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อแทรกซ้อน และต้องคอยระวังเรื่องการลุกลาม หรืออาการแย่ลง สำหรับในตัวที่ต้องการเก็บไว้ผสมพันธุ์ไม่ควรทำการรักษา ควรลองปล่อยให้หายเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นแบบเป็นกระจายทั่วตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์พบว่า บ่อยครั้งที่การใช้ยาทาหรืออาบทำให้บริเวณที่เป็นโรคดูแย่ลง ก่อนที่จะเริ่มหายดี และเราพบได้บ่อยอีกเช่นกันว่า ในหลายๆรายมักมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งในกรณีนี้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
ในรายที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะใช้ยากิน หรืออาบเพื่อกำจัดตัวไรขี้เรื้อนที่อยู่ในรูขุมขนโดยตรง เนื่องจากรูขุมขนเป็นบริเวณที่ยาเข้าถึงได้ยาก และตัวไรขี้เรื้อนมักมีความทนต่อยา ดังนั้นการรักษาโรคนี้ส่วนใหญ่มักต้องใช้ยาในขนาดที่สูง และใช้เวลาในการรักษาที่นาน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะมีการทำการตรวจเป็นระยะเพื่อที่จะบอกได้ว่า เมื่อใดจึงสามารถหยุดยาได้ ซึ่งเจ้าของสุนัขไม่ควรหยุดยาเองเมื่อดูเหมือนว่าอาการหายดีแล้ว เพราะตัวไรที่ยังหลงเหลืออยู่จะทำให้กลับมาเป็นใหม่ได้อีก ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์พบว่า หลายๆรายที่กลับมาเป็นใหม่มักต้องการระยะเวลาในการรักษาที่นานขึ้น เพราะตัวไรจะมีความทนต่อยาที่สูงขึ้น เช่นเดียวกับโรคผิวหนังอื่นๆ ถ้ามีการการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ในสุนัขที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์มีความเห็นว่าควรที่จะได้รับการทำหมัน เพื่อลดปัจจัยที่เหนี่ยวนำให้เกิดโรค ได้แก่ความเครียดจากวงรอบการเป็นสัด และลดการแพร่กระจายไปตามสายพันธุ์ โดยเฉพาะในกลุ่มพันธุ์แท้
ในรายที่เป็นแบบเฉพาะที่ ถ้าได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม มักมีการพยากรณ์โรคที่ดี แต่ถ้าโรคเริ่มรุนแรงขึ้น การพยากรณ์โรคจะแย่ลงตามอาการที่เป็นมากขึ้น ในรายที่เป็นแบบเป็นทั่วทั้งตัวบางราย มักมีการกลับมาเป็นใหม่หลังการรักษา ซึ่งต้องการการตรวจ และทำการรักษาเพื่อควบคุมโรคเป็นระยะๆตลอดชีวิต แต่ในรายที่เหลือสามารถหายขาดได้เมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ในสุนัขที่เป็นขี้เรื้อนรูขุมขนทุกตัว ต้องได้รับการดูแลที่ดี และปลอดความเครียดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ อาทิเช่น ให้อาหารที่มีโภชนาการครบถ้วนและสมดุล ได้รับการถ่ายพยาธิ ป้องกันพยาธิหัวใจ ป้องกันและกำจัดเห็บหมัด ตรวจเช็คร่างกายเป็นระยะ และได้รับโปรแกรมวัคซีนที่เหมาะสม เป็นต้น
Labels:
ขี้เรื้อน,
โรคขี้เรื้อนเปียก,
โรคขี้เรื้อนรูขุมขน,
โรคผิวหนัง,
สุนัข,
หมา
Subscribe to:
Posts (Atom)