แนะนำคลินิก

ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง เป็นส่วนหนึ่งของคลินิกบ้านรักสัตว์ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการบำบัดรักษาโรคผิวหนังสัตว์ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น จนถึงระดับการตรวจรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้ง ยังให้บริการรับส่งต่อเพื่อการตรวจรักษาต่อเนื่องในรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่นอีกด้วย

ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”

การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด

ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด




การบริการของเรา

การบริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยงประกอบด้วย

· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique



ที่ตั้งคลินิก

66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160

โทร. 064-253-5695

มือถือ 064-253-5695 (เปิดเครื่องรับสาย 8.00 น. - 20.00น.)

E-mail: allergyvet@yahoo.com

LINE : allergyskinvet

Facebook: facebook.com/allergyskinvet และ http://www.facebook.com/allergydermvet

พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)

แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก

จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่

สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'

การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ

ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695

LINE : allergyskinvet และที่

Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet

และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ

เวลาทำการ

อาทิตย์ 13.00-20.30น.

จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)


เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)


เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ

จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว

ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้




ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695

LINE : allergyskinvet และที่

Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet

และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ

ราคาค่าบริการสำหรับการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง

ราคาค่าบริการสำหรับโรคผิวหนังทั่วไป และโรคภูมิแพ้
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น จะแจ้งราคาให้ทราบเมื่อจำเป็นต้องทำการตรวจ
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว


ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)

+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว

สำหรับท่านที่ไม่ชอบพกเงินสด 😀😀 ตอนนี้ทางคลินิกได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินโดยใช้ การโอนเงินผ่าน Promtpay, การใช้ QR Code (ไม่ค่าโอนถ้าใช้บัญชี Promptpay) และรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต(คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตร 3%) ได้แล้วครับ 😁😁

เส้นทางมาที่คลินิก



คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160

การเดินทางมาที่คลินิกบ้านรักสัตว์(ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะสามารถมาได้หลายทาง โดยถ้ามาจาก ถ.กาญจนาภิเษก ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13(บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ จะเห็นซุ้มประตูวัดมะพร้าวเตี้ยอยู่ด้านซ้าย ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจะเห็นหมู่บ้านศุภาลัยอยู่ด้านขวา จะเห็นตึกแถวของหมู่บ้านนิศาชลอยู่ติดกับหมู่บ้านศุภาลัย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก



ถ้ามาจาก ถ.ราชพฤกษ์ ถ.พุทธมณฑลสาย1 ถ.จรัลสนิทวงศ์ หรือ ถ.เพชรเกษม48 ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13 (บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.กาญจนาภิเษก วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจนข้ามสะพานข้ามคลองราชมนตรี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก


พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)

แผนที่ของคลินิก: ให้ ก็อปปี้ 13.741167,100.422598 แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก

จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่

สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'



การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ

การเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงเพื่อรับการตรวจโรคผิวหนังกับทางคลินิกบ้านรักสัตว์

เพื่อที่จะเป็นการประหยัดเวลา และลดการใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีแก่เจ้าของสัตว์ป่วย

* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ

* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร

* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย

* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย

*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง

* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง

*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง

* ควรโทรนัดล่วงหน้า


*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่

* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก

https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit

โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง

http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้

การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ
Showing posts with label โรคทั่วไป. Show all posts
Showing posts with label โรคทั่วไป. Show all posts

Thursday, May 26, 2011

ข้อที่เจ้าของแมวต้องรู้ในการให้ยา หรือทำการรักษาแมว โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาโรคผิวหนัง

ข้อที่เจ้าของแมวต้องรู้ในการให้ยา หรือทำการรักษาแมว โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาโรคผิวหนัง

ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอให้เจ้าของแมวคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ก่อนที่จะพาแมวป่วยไปหาหมอที่คุณเลือกใช้บริการ เพื่อที่จะได้แจ้งข้อจำกัดของคุณให้หมอได้รู้ก่อนที่ลงมือทำการตรวจรักษา

1) แมวเป็นสัตว์ที่ --ฉันจะกินอะไรที่ฉันอยากกินเท่านั้น ถ้าไม่มี ฉันยอมอด ในข้อนี้เป็นข้อที่เจ้าของแมวควรรับรู้ เพราะคุณจะได้เจอเวลาที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารสูตรที่สำหรับช่วยในการรักษาโรคต่างๆ
2) แมวเป็นสัตว์ที่ --ยังคงมีความเป็นสัตว์ป่าอย่างเต็มตัวอยู่ ถ้าคุณไม่ระวังคุณอาจเจ็บตัวเวลาให้ยาแมว
3) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบยาเม็ดที่มีกลิ่น
4) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบยาน้ำที่ผสมแอลกอฮอล์ (elixirs)
5) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบอาบน้ำ คุณควรคุยกับหมอที่รักษาแมวของคุณถึงวิธีการอาบน้ำแมวให้ดีดี ไม่เช่นนั้นคุณอาจเจ็บตัวเวลาจับแมวอาบน้ำ
6) แมวเป็นสัตว์ที่ --จำไม่มีลืม ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณ สัตวแพทย์ที่คุณใช้บริการ หรือใครก็ตามทำกับแมวของคุณ แมวจะจำไม่มีลืม
7) คุณสามารถสั่งให้สุนัขของคุณทำในสิ่งที่าคุณสั่งได้ แต่ไม่สำหรับแมว แมวจะทำเมื่ออยากทำเท่านั้น
8) แมวก็คือแมว ไม่ใช่สุนัขตัวเล็กๆ ดังนั้นวิธีการต่างๆที่ใช้กับแมว จะต่างกับในสุนัขอย่างสิ้นเชิง

Friday, September 17, 2010

แบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง และแบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปของสัตว์เลี้ยง

แบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง และแบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปของสัตว์เลี้ยง (สร้างสรรค์ และออกแบบโดย น.สพ.รังสรรค์ สกุลพลอย)

เพื่อความสะดวก รวดเร็ว สำหรับข้อมูลที่จำเป็นต่อการวินิจฉัย (ซึ่งหลายๆรายแทบเกือบจะวินิจฉัยโรคได้ทันทีจากข้อมูลที่ครบถ้วน และแม่นยำจากคำตอบในแบบสอบถาม) และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยง รวมถึงให้เหมาะสมกับข้อจำกัดในด้านๆต่างๆของเจ้าของสัตว์ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ใคร่ขอรบกวนให้ทางเจ้าของสัตว์ป่วยช่วยกรอกแบบสอบถามที่อยู่ข้างล่างนี้

เพื่อความสะดวก รวดเร็ว เจ้าของสัตว์สามารถใช้คำสั่ง copy แบบสอบถาม แล้วไป paste บนโปรแกรม Word แล้วพิมพ์คำตอบแบบสอบถามบน Word ได้ หรือจะพริ้นท์ออกมาแล้วค่อยกรอกแบบสอบถามก้ได้ หรืออาจดาวน์โหลดจากลิงค์นี้

https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit

โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง

http://www.facebook.com/Allergyskinvet


ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ยินดีที่จะให้สถานพยาบาลสัตว์อื่นๆ รวมถึงคณะสัตวแพทยศาสตร์ทุกสถาบันนำแบบสอบถามนี้ไปใช้ในงานของท่านได้อย่างเสรี แต่ขอรบกวนช่วยให้เครดิตในการออกแบบ และคำขอบคุณแก่ น.สพ.รังสรรค์ สกุลพลอย ซึ่งเป็นผู้สร้างสรรค์ และออกแบบเท่านั้น และทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานพยาบาลสัตว์อื่นๆ รวมถึงคณะสัตวแพทยศาสตร์ทุกสถาบันนำแบบสอบถามนี้ไปใช้แล้วเกิดปัญหาทุกกรณี
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับโรคผิวหนังของสัตว์เลี้ยง (สร้างสรรค์ และออกแบบโดย น.สพ.รังสรรค์ สกุลพลอย)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รายละเอียดของสัตว์ป่วย (Patient Detail)
ชื่อสัตว์ป่วย (Name):.............................. พันธุ์ (Breed):..................................... เพศ (Sex): ..................................
วัน/เดือน/ปีเกิด/อายุ (Date of birth/Age):....................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำถามทั่วไป(General Questions)
1. ปัญหาหลักที่พบบ่อย (What is the main problem?): ............................................................................................
2. อายุที่เริ่มเห็นอาการ (At what age was this condition first noticed?): ....................................................................
3. เคยแสดงอาการโรคผิวหนังมาก่อนหรือไม่ (Has there ever been any previous dermatitis?) ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อาการผิดปกติที่พบ (Symptoms?)
เห็นอาการ หรือสิ่งผิดปกติต่อไปนี้หรือไม่ (Have any of the following been observed?)
( )แผลเปื่อย แผลถลอก (sores) ( )รังแค (dandruff) ( )ขนร่วง (hair loss) ( )มีสะเก็ดแผล (scabs)
( )ผิวหนังแดง (redness) ( )ตาแฉะ (watery eyes) ( )ลมพิษ (hives) ( )หูอักเสบ (ear problems)
( )ผิวหนังร้อนกว่าปกติ ('heat') ( )กลิ่นตัว (odor) ( )ผิวหนังแฉะ หรือเยิ้ม (sweating)
( )หนื่อยง่าย (tiredness) ( )น้ำหนักตัวลดลงกว่าปกติ (weight loss) ( )น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่าปกติ (weight gain)
( )อาเจียน (vomiting) ( )ท้องเสีย (diarrhea) ( )ซึมผิดสังเกตุ (depression)
( )มีเม็ดตุ่มตามตัว (spot) ( )กินอาหารมากกว่าปกติ (increased appetite) ( )กินน้ำมากกว่าปกติ (increased thirst)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สัตว์เลี้ยงของคุณ (Does your pet):
( )ชอบเอาเท้าถูหน้า (rub at the face) ( )เลียแถวท้อง (lick the stomach area)
( )แทะแถวหาง (bite at the tail area) ( )จาม (sneeze)
( )เกาสีข้างลำตัว (scratch at its sides) ( )เอาหลังไถโต๊ะ ผนัง หรือพื้น (roll on its back)
( )เลีย หรือแทะเท้า (lick or chew the paws) ( )มีน้ำมูก (snort)
( )หายใจฟืดฟาด (wheeze)
อื่นๆ (โปรดระบุ) (other?(Please specify)).................................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเปลี่ยนแปลงของอาการ(Do the symptoms vary?)
1. ถ้าเคยมีปัญหาโรคผิวหนังมาก่อน อยากทราบว่า อาการมักแย่ลงในช่วงใด (If the dermatitis has been present for some times are the symptoms worse in):
( )ฤดูร้อน (Summer?) ( )ฤดูฝน (Rainy season?) ( ) ฤดูหนาว (Winter?)
2. อาการที่แสดงออก พบได้ตลอดปีหรือไม่ (Are the symptoms present all year round?) ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
3. ถ้าใช่ มีช่วงที่ไม่แสดงอาการเลยหรือไม่ (If yes, would there be a time of no symptoms at some stage?)
( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
4. คิดว่าอะไรบ้างที่ทำให้อาการแย่ลง (What (if anything) causes a worsening of symptoms: ........................................................................................................................
5. คิดว่าอะไรบ้างที่ช่วยให้อาการดีขึ้น (What helps?): ...........................................................................................................................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลเกี่ยวกับบ้านที่อาศัย(Home details)
1. มีสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อยู่ด้วยกันหรือไม่ ถ้ามี มีอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด (Do you have any other pets - and if so how many?)
( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
( )แมว(cats)................... ( )สุนัข (dogs) .................. ( )นก (birds)................................
( )อื่นๆ (โปรดระบุ) (Other? (Please specify) .......................................................
2. คิดว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคผิวหนังหรือไม่ (Do you know of any relative of this pet that has skin problems?) ( ) ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
3. มีคนในบ้านมีปัญหาของโรคผิวหนังบ้างหรือไม่ (Does any human in the house have skin problems?)
( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
4. สัตว์ป่วยตัวนี้นอนที่ใหน (Where does this pet sleep?): ............................................................................
5. สัตว์ป่วยตัวนี้ เคยเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นๆมาก่อนหรือไม่ (Have there been any other illnesses?) ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
ถ้าเคยโปรดระบุ (If yes, please specify): ..............................................................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
การอาบน้ำ และกำจัดเห็บหมัด(Bathing and fleas/ticks)
1. คิดว่าการอาบน้ำ (Does bathing): ( )ทำให้อาการดีขึ้น (help) ( )แย่ลง(worsen) ( )ไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง(make no difference)
2. คุณอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงของคุณ (How often do you prefer to bath your pet?): ( )บ่อยกว่าอาทิตย์ละครั้ง more often than weekly) ( )อาทิตย์ละครั้ง (weekly) ( )เดือนละครั้ง(monthly) ( ) นานๆอาบที(rarely) ( )ไม่เคยอาบ(never)
3. เห็นเห็บ-หมัดบนตัวสัตว์เลี้ยงตัวนี้ครั้งล่าสุด เมื่อใด (When was the last time a flea was seen on this pet?): ..............................................บนตัวอื่น (other pets?):............................................................................................
4. คุณใช้วิธีใดควบคุม+กำจัดเห็บ-หมัดบนสัตว์เลี้ยงตัวนี้ (What is the current flea treatment on this pet?):........................... ........................................................................................................................................................................
5. คุณใช้วิธีควบคุม+กำจัดเห็บ-หมัดในข้อที่แล้วกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่น หรือไม่ (Is flea treatment used on other pets?):............... ......................................................................................................................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ประวัติการใช้ยา(Medication)
1. สัตว์เลี้ยงตัวนี้เคยได้รับยามาบ้างหรือไม่ และพอจะรู้ว่าน่าจะเป็นยาอะไรบ้าง หรือไม่ (If previous medications have been used, do you know what they were?) ( ) ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
ถ้ารู้ โปรดระบุ (If yes, please specify):..............................................................................................................................................................
2. ถ้าใช่ มียาอะไรบ้าง (If yes, were they): ( )แชมพู (shampoos) ( )ยาใช้ชโลมตัว (rinses) ( )ยาฉีด (injections) ( )ยากิน (tablets) ( )ยาทา (ointments)
3. ครั้งล่าสุดที่ป้อนยาเมื่อใด (Last tablet given: (date)):...........................................................................................
- ผลการตอบสนองต่อยาครั้งล่าสุด (Response): ( )ไม่ตอบสนองต่อยา (none) ( ) มีบ้าง (some) ( ) ดี(good)
4. ครั้งล่าสุดได้รับยาฉีดเมื่อใด (Last injection given: (date):..................................................................................
- ผลการตอบสนองต่อยาครั้งล่าสุด (Response): ( )ไม่ตอบสนองต่อยา (none) ( )มีบ้าง (some) ( )ดี (good)
5. สุนัขของคุณได้รับยาป้องกันพยาธิหัวใจบ้างหรือไม่ (Is your dog on heartworm preventive programs?)
( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่(No):
ถ้าใช่ อยากทราบว่าได้รับบ่อยแค่ใหน (If yes, how often): ( )ได้รับยาทุกวัน (daily) ( )ทุกเดือน (monthly) ( )ทุก 2-3 เดือน (bi or tri-monthly) ( )นานๆที (rarely) ( )ไม่เคย (never)
โปรดระบุยี่ห้อ หรือชนิดของยาที่ใช้ (please specify your heartworm medication)...........................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อาหาร ขนม และของกินเล่น(Diet)
1. คุณให้อะไรเป็นอาหารหลักแก่สัตว์เลี้ยงของคุณ (What do you normally feed your pet?):
( )อาหารกระป๋อง (cans) ( )อาหารเม็ด (dry) ( )อาหารเหลือจากอาหารคน (table scraps) ( )เนื้อสัตว์ (meat)
2. ถ้าให้เนื้อสัตว์ อยากทราบว่าเป็นเนื้อจากสัตว์ชนิดใด (If meat - which types?):...............................................................
3. คุณให้อาหารชนิดอื่นนอกเหนือจากอาหารหลัก เช่นข้าว ขนมปัง ขนมต่างๆ ผลไม้ เป็นต้น บ้างหรือไม่ (Any other foods? (e.g., vitamins, toast, biscuits)) ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No):
ถ้าใช่ โปรดระบุ (If yes, please specify).................................................................................................................
4. คุณเคยให้อาหารชนิดพิเศษ เพื่อจุดประสงค์บางอย่างเช่น อาหารลดน้ำหนัก อาหารสำหรับสัตว์ป่วยเช่น โรคตับเป็นต้น บ้างหรือไม่ (Have you ever fed a special diet?) ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No):
ถ้าใช่ โปรดระบุ (If yes, please specify)...........................................................................................................
5. คุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุของปัญหา (What do you think could be the cause of the problem?):....................................
.........................................................................................................................................................................

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แบบสอบถามเกี่ยวกับประวัติเกี่ยวกับสุขภาพทั่วไปของสัตว์เลี้ยง (สร้างสรรค์ และออกแบบโดย น.สพ.รังสรรค์ สกุลพลอย)
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อสัตว์ป่วย(Name): ....................................................... พันธุ์(Breed): ..................................................... เพศ(Sex): ( )ผู้ (male) ( )เมีย(female)
ทำหมันแล้ว(Neutered): ( )ใช่ (Yes) ( )ไม่ใช่ (No)
วัน/เดือน/ปีเกิด/อายุ(Date of birth/Age): ....................................................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ลักษณะทั่วไป (General evaluation)
( )ตื่นตัว สนใจสภาพแวดล้อม (Alert) ( )กระฉับกระเฉง (Active) ( )กินอาหารได้ดี (Healthy appetite) ( )ซุกซน ขี้เล่น (Playful) ( )เดินขากเผลก ขาเจ็บ (Lameness)
( )ดุร้ายผิดสังเกต (Abnormal aggressiveness) ( )ไม่กระตือรือร้น ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม (Disinterested)
( )หงอยซึม ไม่กระฉับกระเฉง (Lethargic) ( )กินอาหารได้มาก หรือน้อยกว่าที่ควร (Poor appetite) ( )น้ำหนักตัวเพิ่ม หรือลด (Weight loss/gain) ( )การทรงตัวผิดปกติ (Abnormal posture)
แสดงอาการมา (how long): ...........................................................

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ลักษณะของผิวหนัง และขน (Skin and Hair coat)
( )ดูปกติ (Appears normal) ( )ขนร่วง (Hair loss) ( )ขนหยาบกระด้าง (Dull; unkempt)
( )รังแค และสะเก็ด (Scaly) ( )ผิวหนังแห้ง (Dry) ( )ผลัดขน (Shedding)
( )ผิวหนังมัน (Oily) ( )คัน (Itching) ( )สังคตัง (Mats)
( )ก้อนเนื้องอก หรือหูดบนผิวหนัง (Tumors or warts) ( )เห็บ หมัด เหา หรือไร (Parasites)
( )มีก้อนแปลกๆอยู่ใต้ผิวหนัง (Abnormal lumps under the skin) ( )ตุ่มหนอง (Pustules)
( )มีสะเก็ดที่หัว และคอ (Crusts on neck and head)
แสดงอาการมา (how long): ..........................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตา(Eyes)
( )ปกติ (Appear normal) ( )มีของเหลวใสๆไหลออกจากตา(Clear discharge)
( )มีของเหลวขุ่นๆ เมือกๆไหลออกจากตา (Mucus discharge)
( )ตาแดง (Redness) ( )มีความผิดปกติของหนังตาบน หรือล่าง (Eyelid abnormalities)
( )ตาขุ่นหรือมัว เป็นฝ้า (Haziness /cloudiness) ( )ม่านตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน (Unequal pupil size)
( )ตาเหล่ ส่อน (Squinting) ( )สีของตาเปลี่ยน (Discoloration)
( )หนังตาที่สาม แถวหัวตายื่นออกมา (Protruding third eyelids)
แสดงอาการมา (how long): ...............................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หู(Ears)
( )ปกติ (Appear normal) ( )บวม แดง (Red; swollen) ( )ขนบนใบหูร่วง (Hair loss on pinnae) ( )กลิ่นเหม็น (Bad odor) ( )คัน (Itchy) ( )สะบัดหัวบ่อยๆ (Head shaking)
( )มีก้อนเนื้อ (Masses) ( )ขนในรูหูมาก (Excessive hair) ( )หัวเอียง (Head tilt)
( )มีของเหลวขุ่นๆ ครีมๆ เหลืองๆในรูหู (Creamy, yellow discharge in the ears)
แสดงอาการมา (how long): .....................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จมูก และคอ(Nose and throat)
( )ปกติ (Appear normal) ( )มีน้ำมูก (Nasal discharge) ( )มีแผลเปื่อยบนจมูก (Ulceration on nose) ( )มีเศษสะเก็ดติดเต็มจมูก (Crusty nose)
( )ต่อมน้ำเหลืองใต้กรามทั้งสองข้างบวมโต (Enlarged lymph nodes (Feel on either side of the neck just under the jaw))
แสดงอาการมา (how long): .......................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปาก ฟัน และเหงือก(Mouth, teeth, and gum)
( )ปกติ (Appear normal) ( )ฟันโยก แตก หัก หรือสีเปลี่ยน (Broken, discolored, or loose teeth) ( )ยังเหลือฟันน้ำนมอยู่ (Retained deciduous teeth) ( )หินปูน (Tartar accumulation)
( )ก้อนเนื้อในปาก (Growths or masses) ( )กลิ่นเหม็น (Foul odor)
( )ฟันหลุด ร่วง (Tooth loss) ( )เหงือกอักเสบ (Inflamed gums)
( )น้ำลายไหลมากผิดสังเกต (Excess salivation) ( )เหงือกซีด (Pale gums)
( )โคนลิ้นอักเสบ (Base of tongue inflamed) ( )มีแผลในช่องปาก (Ulcers)
( )มีสิ่งแปลกปลอมในปาก (Foreign body noted)
แสดงอาการมา (how long):........................................................................
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความผิดปกติอื่นๆ(Miscellaneous)
( )ผนังท้องไม่มีแรง กดแล้วไม่มีการเกร็งต้านแรงกด หรือกดแล้วเจ็บผิดสังเกตุ(Abdominal tenderness) ( )ไอ (Coughing)
( )หายใจลำบาก (Breathing difficulties) ( )มีความผิดปกติของอุจจาระ (Abnormal stools) ( )มีความผิดปกติของปัสสาวะ (Abnormal urination) ( )ขับปัสสาวะลำบาก (Straining to urinate)
( )กินน้ำมากกว่าปกติ (ปกติจะกินน้ำ 44-66 ซีซีต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัมต่อวัน) (Increased water consumption)
( )กินน้ำน้อยกว่าปกติ (ปกติจะกินน้ำ 44-66 ซีซีต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัมต่อวัน) (Decreased water consumption)
( )มีของเหลวไหลจากช่องคลอด (Genital discharge) ( )ไถก้นไปกับพื้นบ่อยๆ (Scooting)
( )ก้อนเนื้อที่เต้านม (Mammary lumps) ( )ขาบวม (Swollen limb)
แสดงอาการมา (how long): ......................................................................................
ความผิดปกติอื่นๆ(Other abnormality) โปรดระบุ(Please specify): ...................................................................
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Thursday, August 26, 2010

กลิ่นตุๆของเจ้าตูบ

กลิ่นตุๆของเจ้าตูบ เกิดจากหลายๆสาเหตุทั้งจากโดยธรรมชาติ (ปกติ) และจากความผิดปกติต่างๆ ซึ่งโดยทั่วไปกลิ่นตัธรรมชาติมักจะไม่รุนแรง แต่กลิ่นตัวที่เกิดจากความผิดปกติของตัวสุนัขมักจะรุนแรง

กลิ่นตัวตามธรรมชาติ

โดยทั่วไปสุนัขปกติจะมีการหลั่งสารบางอย่างเพื่อแสดงตัวตน ซึ่งเทียบได้กับบัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง แต่กลิ่นของสารเหล่านี้บางครั้งก็สร้างความไม่ประทับใจให้คนหลายๆคน กลิ่นของสารเหล่านี้จะพบมากแถวรอบๆรูทวารหนัก รูหู และฝ่าเท้า เพราะผิวหนังบริเวณนี้มีต่อมที่สร้างสารเหล่านี้อยู่ค่อนข้างมาก

ต่อมต่างๆที่สร้างกลิ่นของผิวหนังสุนัข หรือต่อมเหงื่อของสุนัข หรือ apocrine glands จะไม่มีการสร้างเหงื่อเพื่อทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายเหมือนในคน แต่จะทำหน้าที่สร้างและหลั่งสารฟีโรโมน เพื่อใช้ในการสื่อสารกับสุนัขตัวอื่น อย่างไรก็ตาม สุนัขก็มีต่อมเหงื่อจริงๆเหมือนกันซึ่งเราเรียกว่า eccrine glands โดยจะพบได้ที่ฝ่าเท้าและจมูก ซึ่งจะทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังส่วนนี้ ที่ฝ่าเท้า จุลชีพที่อาศัยอยู่ที่ชั้นผิวจะสร้างกลิ่นคล้ายชีสต์ ซึ่งจะได้กลิ่นชัดเจนกว่าในสุนัขที่ฝ่าเท้าชุ่มชื้นมากกว่าพวกฝ่าเท้าแห้ง

นอกจากนี้ สุนัขยังมีต่อมต่างๆมากมายในผิวหนังของรูหูชั้นนอก ได้แก่ ต่อมขี้หู (ceruminous glands) และต่อมไขมัน(sebaceous glands) ซึ่งสร้างขี้หูและแวกซ์ พวกจุลชีพที่อาศัยอยู่ที่นี่ สร้างกลิ่นหืนแบบอ่อนๆในสภาวะปกติ

สุนัข ก็เป็นเฉกเช่นสัตว์กินเนื้อทั่วไป จะมีต่อมข้างก้นอยู่ 2 ต่อมข้างๆทวารหนัก ซึ่งต่อมนี้จะปล่อยอ่อนๆ ถึงเหม็นอย่างรุนแรง ปกติต่อมนี้จะปล่อยกลิ่นติดออกมากับอุจจาระ แต่จะปล่อยกิ่นที่รุนแรงในปริมาณมากๆเวลาตกใจ หรือกลัวมากๆ ทนักสัตววิทยาเชื่อว่าสุนัขปล่อยกลิ่นนี้เพื่อเตือนสุนัขตัวอื่นๆ หรือแสดงตัวตนเวลาออกนอกพื้นที่ของตนเอง โดยให้ตัวอื่นมาดมก้น

แหล่งกำเนิดกลิ่นตัวอีกแหล่งมาจากตัวพฤติกรรมของสุนัขเอง สุนัขบางตัวชอบเอาตัวกลิ้ง หรือถูไปบนกลิ่นบางอย่างที่อยู่ในสภาพแวดล้อมของตัวสุนัข เช่น เศษอุจจาระของเหยื่อ โดยเฉพาะอุจจาระกระต่าย เราเชื่อว่าพฤติกรรมนี้น่าจะเป็นพฤติกรรมรวมฝูงที่ได้รับถ่ายทอดมาจากสุนัขป่าซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมัน

กลิ่นตัวที่เกิดจากความผิดปกติของตัวสุนัข หรือกลิ่นผิดธรรมชาติ

ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มักได้ยินคำบ่นของกลิ่นชนิดนี้จากเจ้าของสัตว์เลี้ยง (ทั้งที่รูตัว และไม่รู้ตัวว่า สุนัขของตนมีความผิดปกติบางอย่างอยู่ โดยเฉพาะโรคผิวหนัง) ที่มาใช้บริการว่าสุนัขของตนกิ่นตัวแรง อาบน้ำเท่าไรก็ไม่หาย หรืออาบน้ำไปแป๊บเดียวก็เหม็นอีกแล้ว แหล่งที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวที่เกิดจากความผิดปกติของตัวสุนัข หรือกลิ่นผิดธรรมชาติ ได้แก่

* การดูแลขนที่ไม่ถูกวิธี หรือการดูแลขนที่ไม่ดี พบได้บ่อยในสุนัขขนยาว หนา หยิก หรือแน่น ขนที่ไม่ค่อยได้แปรงและทำความสะอาด หรือได้รับการดูแลที่ผิดวิธี จะเป็นตัวที่เก็บฝุ่น หรือสิ่งสกปรกซึ่งทำให้การสะสมกลิ่นตามมา ซึ่งถ้าทิ้งไว้นานๆ จะทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย และยีสต์ซึ่งทำให้กลิ่นรุนแรงขึ้น การป้องกันการเกิดกลิ่นชนิดนี้ทำได้โดยการดูแลขนที่ถูกวิธี ซึ่งสัตวแพทย์ และช่างตัดขนสุนัขระดับโปรสามารถให้ความรู้เกี่ยวการดูแลขนที่ถูกวิธีได้ ส่วนการแก้ไขสามารถทำได้โดยการพาสุนัขของท่านไปอาบน้ำ และไถขนทิ้งทั้งตัว แล้วพาไปพบสัตวแพทย์ เพื่อตรวจดูว่ามีปัญหาโรคผิวหนังหรือมีความผิดปกติอื่นๆหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ทำการรักษา ถ้าไม่มี หรือแน่ใจ100% ว่าไม่มีปัญหา ให้ลองใช้วิธีการดับกลิ่นที่เขียนอยู่ในเวปนี้ (ถ้าไม่มั่นใจ 100% ก็ไม่ควรเสี่ยง)

* โรคผิวหนัง เป็นตัวสำคัญตัวหลักที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว โรคผิวหนังทุกโรคมักทำให้เกิดกลิ่นตัว โดยเฉพาะโรคผิวหนังที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งมันจะทำให้ผิวหนังมีความชื้นมากกว่าปกติ หรือภาษาของหมอสาขาโรคผิวหนังเรียกว่าภาวะhyperhidrosis ซึ่งนอกจากมันทำให้เกิดกลิ่นแล้ว hyperhidrosisยังทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ตามมา ซึ่งทำให้กลิ่นตัวรุนแรงขึ้นอีก เพราะว่าโดยทั่วไปการติดเชื้อ แบคทีเรีย หรือยีสต์ที่ผิวหนัง ก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวที่รุนแรงอยู่แล้ว สุนัขที่มีปัญหาเรื่องรังแค ผิวหนังมัน ถึงมันเยิ้ม ตกสะเก็ด หรือรอยย่นในพวกพันธ์หน้าย่น เช่นปั๊ก หรือบุลดอก มักจะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์ได้ง่าย ซึ่งกลิ่นก็จะเกิดตามมาได้ง่ายเช่นกัน กำจัดกลิ่นจะทำได็ก้ต่อเมื่อได้ทำการรักษาโรคผิวหนังจนหายดีแล้วเท่านั้น

* โรคหูอักเสบ ทั้งจากโรคภูมิแพ้ และหูน้ำหนวก ก็เป็นตัวสำคัญตัวหลักอีกตัวที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว กลิ่นของหูอักเสบจะคล้ายกับกลิ่นของโรคผิวหนัง แต่กลิ่นของหูหำหนวกในหลายๆรายที่ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ทำการรักษา จะมีกลิ่นเหม็นเน่า กำจัดกลิ่นจะทำได็ก้ต่อเมื่อได้ทำการรักษาโรคหูอักเสบจนหายดีแล้วเท่านั้น

* ต่อมข้างก้นอักเสบ ก็เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์เช่นกัน โดยจะมีกลิ่นเหม็นเหมือนขนมปังขึ้นรา แต่กลิ่นแรงจนเตะจมูก

* โรคของปากและฟัน จะทำให้มีน้ำลายมากกว่าปกติ ซึ่งจะให้มีกลิ่นลมหายใจที่รุนแรง การเกิดหินปูนในช่องปากจะทำให้มีการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดกลิ่นปากอีกเช่นกัน นอกจากนี้ การที่น้ำลายไหลเยิ้มของจากปาก ยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อของผิวหนังรอบๆช่องปาก ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นที่รุนแรงขึ้น

* ยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว คลอเฮกซิดีน หรือยาที่มีองค์ประกอบของกำมถัน อาจมีไม่ชวนดมสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง และมักจะติดกลิ่นของยาไปกับสัตว์เลี้ยงเมื่อใช้ยา เช่นกันกับอาหารประเภทปลา หรือน้ำมันปลาก็อาจทำให้กลิ่นปลาติดไปกับตัวสัตว์เลี้ยง ซึ่งอาจทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนเช่นตัวผู้เขียนเองรู้สึกไม่ค่อยดีได้เช่นกัน

* การเรอ หรือผายลมเนื่องจากมีก๊าซในทางเดินอาหารที่มากเกินไป เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า กลิ่นเหล่านี้ไม่ชวนดม ต้นตอของก๊าซในทางเดินอาหารนั้นมาจากอาหารบางชนิดเช่นธัญพืชที่ผสมอยู่ในอาหารสำเร็จรูป หรือโรคในทางเดินอาหารบางโรคเช่น การแพ้อาหาร เป็นต้น

ท่านสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน Muller & Kirk's Small Animal Dermatology 6th Edition เขียนโดยปรมาจารย์ด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง 3 ท่านคือ Danny W. Scott, William H. Miller, Jr และ Craig E Griffin

Tuesday, July 27, 2010

การดูแลสุนัขหลังการผ่าตัด

การดูแลสุนัขหลังการผ่าตัด


หลังจากที่สุนัขของคุณรับการผ่าตัดใดๆก็ตาม คุณควรรับคำแนะนำจากสัตวแพทย์เกี่ยวกับการดูแลสุนัขหลังการผ่าตัด และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อหลีกเลี่ยงผลไม่พึงประสงค์หลังการผ่าตัด ซึ่งคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุนัขหลังการผ่าตัดโดยทั่วไปมีดังนี้
1)ห้ามให้อาหารหรือน้ำแก่สุนัขภายใน 30 นาทีหลังจากที่เดินกลับถึงบ้าน เพราะอาจทำให้สุนัขมีอาการคลื่นไส้ และอาเจียน
2)ในกรณีที่สุนัขกลับถึงบ้านในสภาพหลับ หรือสลบ ห้ามให้อาหารหรือน้ำแก่สุนัขไม่ว่าโดยวิธีการใดๆจนกว่าสุนัขจะฟื้นจากยาสลบอย่างเต็มที่ เพราะอาจทำให้สุนัขมีอาการคลื่นไส้ และอาเจียน ซึ่งอาจสาลักจนอุดทางเดินหายใจได้
3)จำกัดบริเวณ หรือขังกรงจนกว่าจะตัดไหม( ประมาณ 8-10 วันหลังการผ่าตัด )
4)อย่าให้สุนัขออกกำลัง วิ่ง หรือตื่นเต้น
5)อย่าให้สุนัขอยู่ในที่เย็นจัด ร้อนจัด หรือลมแรง
6)คอยตรวจดูแผลผ่าตัด และใส่ยาอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้แผลอยู่ในสภาพแห้งและสะอาด
7)งดอาบน้ำจนกว่าจะตัดไหม( ประมาณ 8-10 วันหลังการผ่าตัด )
8)พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อตัดไหมในอีก 8-10 วันหลังการผ่าตัด (ถ้าไม่มีคำแนะนำอื่นๆจากสัตวแพทย์)
9)ป้อนยา และดูแลแผลตามที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
10) ถ้ามีปัญหาใดๆ ให้ติดต่อสัตวแพทย์เจ้าของไข้ทันที

Monday, June 28, 2010

วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาท้องผูก

วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาท้องผูก
ลักษณะของอาการท้องผูก
สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาท้องผูก จะมีจำนวนครั้งในการถ่ายอุจจาระน้อยลงกว่าปกติ หรือถ่ายลำบาก อุจจาระมักมีลักษณะแข็งและแห้ง ซึ่งจะต้องทำให้มีอาการเบ่งถ่าย และจำนวนอุจจาระลดลง
สาเหตุ
อาการท้องผูกเกิดจากหลายๆสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มักมีปัจจัยจากอาหาร และสภาวะแวดล้อม
ปัจจัยจากอาหาร
• ไฟเบอร์ในอาหาร : เป็นส่วนสำคัญต่อการถ่ายอุจจาระของสัตว์เลี้ยง รวมทั้งมนุษย์ การขาดไฟเบอร์ในอาหาร จะสามารถทำให้เกิดท้องผูกตามมาได้
• วัสดุแปลกปลอม : ขน, กระดูก, เป็นต้น ถ้าสัตว์เลี้ยงกินเข้าไป เมื่อสิ่งเหล่านี้ รวมตัวกับอุจจาระในลำไส้ จะทำให้อุจจาระแข็งตัวมากขึ้น หรือหนืดมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ขับออกลำบาก ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา
• น้ำ : เป็นส่วนสำคัญในการทำงานของทางเดินอาหาร ทั้งระบบ ซึ่งการขาดน้ำจะทำให้ระบบการทำงานของทางเดินอาหารเสียหายเสียไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมาได้
ปัจจัยจากสภาวะแวดล้อม
การเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันของสัตว์เลี้ยง เช่น การนำกระบะทรายแมวไปไว้นอกบ้าน, ทรายแมวที่สกปรก, การที่ต้องไปฝากเลี้ยงในสถานที่ต่างๆ การขาดการออกกำลังกาย จะทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมาได้
สำหรับสาเหตุอื่นๆของอาการท้องผูก ได้แก่
* อายุที่มากขึ้น
* การแตกหักของกระดูกเชิงกราน
* มีแผลรอบๆ ทวารหนัก
* โรคของต่อมลูกหมาก
* โรคของกระดูกและไขสันหลัง
* โรคของระบบประสาทของลำไส้ใหญ่
* เนื้องอก
* โรคของระบบต่อมไร้ท่อ
* การขาดน้ำ
* ความทรุดโทรมหรืออ่อนแอของร่างกาย

จะเห็นได้ว่ามีหลายๆสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก ซึ่งบางสาเหตุอาจไม่รุนแรง แต่บางสาเหตุก็ถึงแก่ชีวิตได้
การรักษา
การรักษาอาการท้องผูก จะทำโดยการกำจัดสาเหตุเป็นอันดับแรก สัตว์แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และ ถามประวัติเกี่ยวกับ ประวัติการเจ็บป่วย อาหาร และกิจวัตรประจำวัน บางครั้งอาจมีการตรวจเลือดและ x-ray เพื่อหาสาเหตุของอาการท้องผูกด้วย
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว สัตว์แพทย์จะพิจารณาถึงการรักษาทางยาหรือทางศัลยกรรมต่อไป
การดูแลสัตว์ป่วยที่บ้าน
อาหารที่มีไฟเบอร์สูงจะ ช่วยในการรักษาอาการท้องผูก ทั้งในสัตว์และคนได้ โดยไฟเบอร์จะช่วยให้มีน้ำออกจากผนังลำไส้มาอยู่ในอุจจาระมากขึ้น ซึ่งจะทำให้อุจจาระเพิ่มขึ้นได้ ในขณะเดียวกันไฟเบอร์ จะช่วยในการเพิ่ม เนื้ออุจจาระ เพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ซึ่งจะทำให้ เพิ่มการบีบตัวของลำไส้ ซึ่งจะลดปัญหา อาการท้องผูกลงได้
- ให้อาหารที่มีไฟเบอร์ในอาหารอย่างน้อย 10 % เพื่อช่วยในการบีบตัวของลำไส้
- อย่าให้ของกินเล่นแก่สัตว์เลี้ยง และระ วังเรื่องการกินสิ่งแปลกๆ ด้วย
- ถ้าเป็นพวกขนยาว ควรจะแปรงขนทุกวัน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการเลียกินขนของตัวเองลง
- พาสุนัขไปออกกำลังหลังกินอาหารไปแล้ว 30-60 นาที เพื่อกระตุ้นการบีบตัว
- ควรทำความสะอาดทรายแมว อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
- ตั้งน้ำไว้ให้สัตว์เลี้ยงกินได้ตลอดเวลา
การดูแลสัตว์ป่วยที่บ้าน เป็นส่วนสำคัญ ของการรักษา คุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตว์แพทย์ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษา คุณควรถามสัตว์แพทย์ ทันที ซึ่งสัตว์แพทย์ ยินดีตอบข้อสงสัยของคุณทุกคำถาม 

Tuesday, June 1, 2010

โปรแกรมวัคซีนในสุนัข

วัคซีนรวมป้องกันโรค หัด ลำไส้อักเสบจากพาร์โวไวรัส ไข้หวัดใหญ่พาราอินฟลูเอนซ่า ตับอักเสบจากอดีโนไวรัส และฉี่หนู จะเริ่มฉีดเข็มแรกที่อายุ 6-8 สัปดาห์ แล้วฉีดกระตุ้นซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนถึงอายุ 16-20 สัปดาห์ (ขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ในตอนที่ฉีด)

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จะเริ่มฉีดเข็มแรกที่อายุ 12 สัปดาห์ แล้วฉีดกระตุ้นซ้ำอีกที่ 4 สัปดาห์ถัดไป (ขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ในตอนที่ฉีด)

Wednesday, May 26, 2010

การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างง่ายๆที่บ้าน 2

การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างง่ายๆที่บ้าน 2

“คุณสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพที่ดีได้โดยการเรียนรู้ถึงว่า “อะไรคือความผิดปกติของสัตว์เลี้ยง”
เมื่อเสร็จจากการตรวจร่างกายทั่วไป ก็เริ่มทำการตรวจร่างกายเฉพาะส่วนได้เลย โดยเริ่มจาก ตาซึ่งปกติควรเปิดกว้างและดูสดใส ลองดูว่าตาแดงผิดปกติหรือไม่ ตาแฉะหรือปล่าว การที่มีขี้ตาใสๆ เล็กน้อย ถือว่าปกติ ถ้าสัตว์เลี้ยงไม่ได้รับสารอะไรไปทำให้เคืองตา แต่ถ้าพบว่าขี้ตาเป็นเมือกหรือเป็นหนอง ก็แปลว่าผิดปกติ
โรคที่ทำให้ตาดูว่าผิดปกติได้แก่ รอยขุ่นหรือแผลที่กระจกตาจะทำให้เจ็บตาและกระพริบตาบ่อย ต้อกระจกจะทำให้เลนส์ตาขุ่นขาว ต้อหินมักทำให้ปวดตาและตาแดงเยื่อตาขาวอักเสบจะทำให้รอบๆ หนังตาแดงและมีขี้ตามาก ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอายุมากการที่พบว่าเลนส์ขุ่นอาจเป็นผลจากอายุซึ่งพบได้ปกติจะไม่รบกวนการมองเห็นซึ่งสัตวแพทย์จะแยกได้ว่าเป็นต้อกระจกหรือไม่ โดยดูจากการตรวจความสามารถในการมองเห็น

หู คืออวัยวะต่อมาที่ควรดูว่ามีอาการบวมหรือเจ็บหูหรือไม่ ลองสังเกตดูว่ามีกลิ่นผิดปกติหรือเปล่า แยกให้ออกว่ากลิ่นผิดปกติกับกลิ่นปกติต่างกันอย่างไร ดูว่าหูแฉะหรือไม่ ถ้าแฉะแปลว่าน่าจะมีการติดเชื้อในหูแล้ว การติดเชื้อในหูจะทำให้สัตว์ปวดหู จะทำให้พบได้แต่เนิ่นๆ จะทำให้สัตวแพทย์สามารถลงมือรักษาได้ก่อนที่จะแสดงอาการเจ็บหู

ในปากของสัตว์เลี้ยง สิ่งที่ต้องดูคือสีของเหงือกปกติจะมีสีชมพูและถ้าคุณลองกดเหงือกเบาๆ แล้วปล่อย จะพบว่าสีเหงือกจะมีสีซีดลงแล้วกลับเป็นสีชมพูภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ถ้าคุณพบสิ่งเหล่านี้แปลว่าระบบไหลเวียนเลือดของสัตว์เลี้ยงของคุณปกติดี
การที่สีของเหงือกเปลี่ยนไป แปลว่าผิดปกติแล้ว ถ้าสีเหงือกซีดแปลว่า สัตว์เลี้ยงมีปัญหาโลหิตจาง ถ้าสีออกฟ้าแปลว่ามีปัญหาที่ระบบหายใจหรือที่หัวใจ ถ้ามีสีออกเหลืองแปลว่าตับมีปัญหา จุดดำบนเหงือกอาจเป็นพวกเม็ดสี ซึ่งอาจถือว่าปกติ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือถ้าเห็นสีเหงือกผิดปกติ ควรนำสัตว์เลี้ยงไปหาสัตวแพทย์
สังเกตดูว่ามีกลิ่นปากหรือไม่ โดยทั่วไปกลิ่นปากมักมาจากปัญหาของเหงือกและฟันแต่บางครั้งกลิ่นปากอาจบอกถึงว่ามีปัญหาเกิดกับไต หรือระบบทางเดินอาหารแล้วเช่นกันลองสังเกตดูที่ฟันโดยเฉพาะพวกซี่ในๆ ของปาก ฟันปกติควรมีสีขาวและผิวเรียบ ถ้ามีสีเหลืองหรือสีน้ำตาล แปลว่าอาจมีหินปูนมาจับแล้ว ควรพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อขูดออก
ถ้าเหงือกแดง หรือมีการระคายเคืองมักเป็นอาการที่บ่งชี้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับฟันแล้วขณะที่คุณเปิดปากสัตว์เลี้ยงลองสังเกตดูว่ามีก้อนเนื้อหรืออาการบวมในช่องปากหรือไม่ ในช่วงนี้ลองดูลิ้นด้วย

จากนี้มาดูที่จมูก ปกติไม่จำเป็นว่าต้องมีสีดำและชื้นเสมอไป ในบางตัวจมูกอาจมีสีชมพูหรือน้ำตาล และพบบ่อยที่จมูกปกติจะแห้ง สังเกตน้ำมูก ถ้าเห็นมากกว่า 1 วัน มักผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา

บริเวณที่อก ลองคลำการเต้นของหัวใจดู โดยลองคลำแถวอกฝั่งขวาแถวหลังขาหน้า อาจลองคลำชีพจรที่พบด้านในของขาหลังดูก็ได้ แต่การคลำชีพจรจะทำได้ยากกว่าการคลำการเต้นของหัวใจ โดยเฉพาะในแมว แต่คุณสามารถทำได้ถ้าคุณหมั่นฝึกทำบ่อยๆ
ถ้าคุณคลำพบการเต้นของหัวใจแล้วลองนับดูว่าเต้นกี่ครั้งต่อนาทีปกติจะประมาณ 70 ถึง 160 ครั้งต่อนาที ในสุนัข และ 110 ถึง 240 ครั้งต่อนาทีในแมว จังหวะการเต้นของหัวใจควรสม่ำเสมอ บางครั้งอาจเร็วขึ้นหรือช้าลงตามจังหวะการหายใจได้ แต่ถ้าจังหวะการเต้นไม่สม่ำเสมอ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

สังเกตการหายใจว่าสม่ำเสมอหรือไม่ หายใจลำบากหรือถี่ๆ หรือเปล่า หายใจดังหรือไม่ อาการหายใจเร็ว หายใจลำบาก มีเสียงครืดคราด เป็นการบอกว่ากำลังมีปัญหา ส่วนอาการหอบถ้าพบในขณะที่อากาศร้อน กำลังตื่นเต้นหรือเครียดถือว่าปกติ
ลองสังเกตบริเวณท้อง สังเกตลักษณะรูปทรงว่าเป็นอย่างไร ถ้าท้องมีลักษณะป่องกางออกจะบ่งบอกถึงว่าน่าจะมีพยาธิในลำไส้ในสัตว์อายุน้อย หรืออาจมีน้ำคั่งในช่องท้องโรคของต่อมไร้ท่อหรือเนื้องอกในสัตว์อายุมากถ้าคลำดูแล้วพบว่ามีอาการปวดท้องควรรีบไปพบสัตวแพทย์ทันที

ส่วนขาและฝ่าเท่าทั้งสี่ ลองดูว่ามีการบวมหรือเจ็บหรือไม่เพราะว่าปัญหาของข้ออักเสบ มะเร็งของกระดูก กระดูกหัก เอ็นยึดหรือพลิกก็อาจทำให้เกิดการบวมและเจ็บได้ สังเกตท่าเดิน แยกให้ออกว่าเป็นปกติหรือผิดปกติ เพราะท่าเดินที่ผิดปกติจะเป็นอาการแรกและเป็นอาการที่ดูง่ายที่สุดที่จะบอกว่ามีปัญหาที่ขาหรือไม่ ลองสังเกตที่เล็บด้วย ควรตัดเล็บด้วยตัวคุณเองทุก 2 สัปดาห์ อย่าลืมดูให้ทั่วทุกนิ้วด้วย

ต่อมาเราจะมาตรวจที่หางและบั้นท้ายรวมทั้งแถวๆ ก้น พยายามอย่าแสดงอาการรังเกียจ เพราะว่าทวารหนักจะเป็นที่ที่พบว่ามีก้อนเนื้อที่ผิดปกติในสัตว์อายุมาก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจหาดู คุณจะไม่สามารถเห็นต่อมกลิ่นข้างก้น แต่คุณก็ควรที่จะรู้ถึงความสำคัญของมัน ต่อมนี้จะอยู่ข้างในทวารหนักจะมีหน้าที่ปล่อยสารที่มีกลิ่นเหม็นออกมาในขณะสัตว์เลี้ยงถ่ายอุจจาระหรือยู่ในภาวะเครียดซึ่งอาจเกิดการอุดตันของต่อมนี้ได้ ซึ่งสัตว์เลี้ยงจะแสดงอาการกระสับกระส่ายไถก้นไปกับพื้น ซึ่งถ้าคุณพบอาการนี้ควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป

ถ้าคุณสังเกตดูรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณไม่สบาย คุณอาจลองวัดอุณภูมิก็ได้ซึ่งปรอทวัดไข้นี้คุณหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไปควรใช้แบบเหน็บทวารหนัก สัตว์ที่มีไข้มักจะซึมและกินอาหารน้อยกว่าปกติ เจ้าของอาจสังเกตดูได้ว่าประกายตาจะไม่สดใส
ก่อนวัดอุณหภูมิควรสะบัดปรอทวัดไข้ให้ตัวปรอทลงไปในกระเปาะก่อน แล้วทาเจลหล่อลื่นที่กระเปาะ แล้วสวนเข้าไปในทวารหนักให้ลึกประมาณ 1 นิ้ว แล้วจับปลายอีกด้านไว้ เหน็บไว้ประมาณ 1 นาที แล้วอ่านผล ถ้าพบว่ามีอุณหภูมิสูงกว่า 103 องศาฟาเรนไฮด์แปลว่ามีไข้ และควรพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที ห้ามใช้ยาในกลุ่มยาแก้ปวดลดไข้ โดยปราศจากการแนะนำให้ใช้จากสัตวแพทย์เป็นอันขาด โดยเฉพาะพาราเซตามอลจะเป็นพิษต่อตับและไตของแมวอย่างรุนแรงถึงตายได้

ถึงแม้ว่าการตรวจร่างกายทั้งหมดจากที่กล่าวมาจะดูเหมือนว่าใช้เวลามาก แต่ถ้าคุณทำจนชำนาญแล้ว คุณจะพบว่าสามารถทำครบทุกอย่างทุกขั้นตอนเสร็จใน 5 นาทีเท่านั้นในช่วงเวลานี้คุณจะสนุกกับการตรวจซึ่งจะดูเหมือนว่าคุณเล่นกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งสัตว์เลี้ยงของคุณก็จะรู้สึกสนุกสนานไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ คุณยังสามารถเป็นผู้ช่วยที่ดีของสัตวแพทย์ ในการรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณอีกด้วย ซึ่งมาจากการสังเกตสัตว์เลี้ยงอันยอดเยี่ยมของคุณนั่นเอง ถ้าคุณพบสิ่งผิดปกติหรือไม่แน่ใจในสิ่งที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของคุณรีบพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้แต่เนิ่นๆ

กรุณาใช้เอกสาร ตารางบันทึกการตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างง่ายๆที่บ้าน เพื่อช่วยในการบันทึกสิ่งปกติที่ตรวจพบ ซึ่งติดต่อขอเอกสารได้จากผู้เขียน

การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างง่ายๆที่บ้าน 1

“คุณสามารถทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพที่ดีได้โดยการเรียนรู้ถึงว่า “อะไรคือความผิดปกติของสัตว์เลี้ยง”

คุณเคยคิดว่าคุณสามารถมีส่วนในการทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีอายุยืนที่สุด และมีสุขภาพดีที่สุดหรือไม่ ถ้าคุณเคยคิด ข้อเขียนนี้จะเป็นทางหนึ่งที่จะให้คุณได้เรียนรู้ว่า คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงมีปัญหาเพื่อที่แก้ไขได้ง่ายและทันท่วงที

การที่เจ้าของจะตรวจสุขภาพสัตว์ด้วยตนเองเป็นประจำจะสามารถช่วยให้รู้ถึงอาการแรกเริ่ม และช่วยให้สัตวแพทย์แก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับในคน ถ้ารักษาตั้งแต่แรกเริ่มมีอาการจะทำให้โรครักษาง่ายและหายขาดได้

การพาสัตว์ไปหาสัตวแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนและตรวจร่างกายประจำปีมักพบว่าไม่เพียงพอ ในบางครั้งสัตวแพทย์อาจพบความผิดปกติบางอย่างเช่น อาจพบก้อนเนื้อที่ผิดปกติในช่วงที่พาสัตว์มาฉีดวัคซีนและตรวจร่างกายประจำปี ซึ่งสัตวแพทย์จะต้องการทราบประวัติของก้อนเนื้อนี้เช่นเพิ่งเห็นหรือเป็นมานานแล้ว มีการเปลี่ยนรูปร่างและขนาดหรือไม่ เพื่อที่สัตวแพทย์จะได้ประเมินสภาพเพื่อจัดการแก้ไขต่อไป

ถ้าคุณทำการตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณเบื้องต้นเองที่บ้านทุกสัปดาห์เป็นประจำ คุณจะพบว่าคุณสามารถที่จะให้ข้อมูลความผิดปกติของสัตว์เลี้ยงที่สำคัญแก่สัตวแพทย์ได้อย่างมากมายทีเดียว นอกจากนี้การนวดและการสัมผัสตัวสัตว์เลี้ยงในช่วงที่คุณทำการตรวจร่างกายสัตว์จะช่วยให้สัตว์มีอาการผ่อนคลายและยังเพิ่มความผูกพันระหว่างคุณและสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้นอีกด้วย

การตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงของคุณสามารถทำได้ในช่วงที่คุณกำลังแปรงขน หรือเช็ดตัวหลังอาบน้ำ ช่วงอายุที่ควรเริ่มทำครั้งแรกที่ดีที่สุดคือช่วงที่สัตว์เลี้ยงอายุน้อยๆ แต่สัตว์เลี้ยงที่โตแล้วถ้ายังไม่เคยลองทำ ก็ลองทำดูได้ อาจจะลำบากกว่าเล็กน้อยแต่ก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะทำ พยายามทำให้ทั้งการแปรงขนและการตรวจร่างกายเป็นของสนุก โดยอาจคิดว่ามันเป็นเกมส์ที่คุณกำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงของคุณอยู่ซึ่งจะทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณเรียนรู้และชอบ แล้วจะไม่มีความรู้สึกกลัวในขณะถูกควบคุม อาจมีการให้รางวัลเช่น ขนมหรือของเล่นบ้างก็ได้ และควรทำในขณะที่สัคว์เลี้ยงอยู่ในช่วงพักจากการเล่นซน อย่าทำในช่วงที่สัตว์เลี้ยงกำลังเล่นซนเพราะจะทำให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกว่าถูกขัดขวางความสนุก ซึ่งอาจทำให้ไม่ค่อยยอมให้ทำในครั้งต่อๆไปได้

เราจะเริ่มขั้นตอน (ดูและบันทึกในตารางบันทึกการตรวจร่างกายสัตว์เลี้ยงประกอบกันด้วย)การตรวจจาก การสังเกตกิริยาท่าทางของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างแรก กล่าวคือดูว่าลักษณะอาการทั่วไปของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไรบ้าง ปกติหรือซึมลงเป็นต้น ต่อมาก็ทำการนวดคลำไปตามตัวสัตว์ ไม่ควรสนใจว่าสัตว์ต้องอยู่ในท่ายืน นั่ง หรือนอน ที่สำคัญขอให้พยายามทำให้ได้ทั่วตัวก็พอ

เราจะเริ่มการคลำจากบริเวณหัวและคอ แล้วค่อยๆไล่ไปที่หาง พยายามตรวจทั้งบริเวณหูและจมูก ต่อมานวดคลำแถวลำตัว ถ้าคลำพบชั้นไขมันให้สังเกตุดูว่าคลำซี่โครงได้หรือไม่ ลองสังเกตดูว่าแนวเส้นเอวเป็นอย่างไร ถ้าคลำซี่โครงไม่ได้และแนวเส้นเอวดูกางๆ ก็หมายความว่าคุณต้องขอคำปรึกษาจากสัตวแพทย์เกี่ยวกับการลดความอ้วนแก่สัตว์เลี้ยงของคุณแล้ว แต่ถ้าคุณสามารถคลำซี่โครงจนสามารถนับได้ละก้อ คุณควรพาสัตว์เลี้ยงของคุณไปพบสัตวแพทย์โดยเร็ว เพราะว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาน้ำหนักตัวลดลงมากกว่าปกติแล้วซึ่งบ่งชี้ถึงว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดกับสัตว์เลี้ยงของคุณแล้ว อีกวิธีที่ดีกว่าในการตรวจสอบดูว่าน้ำหนักตัวเท่าไร เพิ่มหรือลดอย่างไรก็คือ การชั่งน้ำหนักตัวสัตว์เดือนละครั้งเป็นอย่างน้อย

ถ้าสัตว์เลี้ยงเกร็งตัวต้านการนวดคลำ จะทำให้คุณตรวจลำบาก อย่าเพิ่งรีบยอมแพ้ ควรใช้ความอดทนและนุ่มนวล แต่คงที่ต่อเนื่อง ซึ่งสัตว์เลี้ยงของคุณจะค่อยๆยอมให้ทำและเริ่มผ่อนคลายเอง อาจมีสุนัขบางตัวแสดงอาการคำราม ซึ่งในกรณีนี้ เพื่อความปลอดภัยของคุณและสัตว์เลี้ยง คุณควรเลิกทำทันทีแล้วขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากสัตว์แพทย์จะดีกว่า ลองสังเกตุหาก้อนเนื้อหรือรอยช้ำ สังเกตุความรู้สึกเวลาคลำซี่โครงหรือกระดูกควรให้ความรู้สึกทีเหมือนกัน ลองนับหัวนมดูจะช่วยให้คุณรู้ตำแหน่งของมัน และอย่าแปลกใจถ้าพบว่าสัตว์เลี้ยงตัวผู้ของคุณก็มีหัวนมเช่นกัน

ต่อมาลองดูว่าปริมาณน้ำในร่างกายของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างไรโดยใช้วิธีง่ายๆคือ ลองดึงหนังแถวๆคอด้านบนของสัตว์เลี้ยงของคุณขึ้นมาเล็กน้อยและเบาๆ แล้วปล่อย เท่านี้คุณก็จะรู้อย่างคร่าวๆแล้วว่าปริมาณน้ำในร่างกายของสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นอย่างไร โดยถ้าคุณปล่อยผิวหนังแล้ว ผิวหนังกลับที่เดิมทันทีแปลว่าปกติ ถ้าน้ำในร่างกายน้อยเกินไป ผิวหนังจะยังคงตั้งอยู่หรือค่อยๆกลับที่เดิมอย่างช้าๆ การทดสอบนี้ควรมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น อย่าปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของคุณแสดงผลการทดสอบว่าน้ำในร่างกายน้อยเกินไปเด็ดขาด เพราะสัตว์เลี้ยงที่แสดงอาการนี้มักป่วยหนักแล้ว

จากนี้ลองลูบจากหางไปหัวเพื่อตรวจหาดูว่ามีสิ่งผิดปกติบนผิวหนังหรือไม่เช่น สะเก็ด ขี้รังแค แมลง หรือแมงต่างๆที่อยู่บนผิวหนัง ได้แก่ เห็บ หมัด เหา หรือไร แต่ที่พบได้บ่อยๆคือ เห็บและหมัด ซึ่งหมัดจะเป็นตัวนำไข่ของพยาธิตัวตืดไปติดสัตวเลี้ยงของคุณ และอาจทำให้เกิดอาการแพ้น้ำลายหมัดอย่างรุนแรงได้ ในขณะที่เห็บจะเป็นตัวนำพยาธิในเม็ดเลือดมาสู่สัตว์เลี้ยงของคุณ ในบางครั้งที่สัตว์เลี้ยงของคุณมีหมัด แต่คุณอาจหาตัวหมัดไม่เจอ คุณไม่ต้องแปลกใจเราสามารถหาได้ว่ามีหมัดหรือไม่ได้โดยดูจากหลักฐานที่มันทิ้งไว้นั่นคือขี้หมัด ซึ่งจะคล้ายๆเม็ดพริกไทหยาบสีดำติดอยู่ที่ขนซึ่งขี้หมัดนี้ถูกน้ำจะเปลี่ยนสีเป็นสีออกแดง

วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเมื่อเกิดปัญหาท้องเสีย

อาการท้องเสียเกิดจากหลายสาเหตุตั้งแต่การติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ หรือแม้แต่การอุดตันของลำไส้ ซึ่งการดูแล รักษาก็ขึ้นกับสาเหตุของโรคนั้นๆ

ลักษณะที่บอกว่าท้องเสีย
ลักษณะที่บอกว่าท้องเสียได้แก่ อุจจาระเละ ถึงเหลวเป็นน้ำ อาจมีมูกหรือเลือดปน อาจถ่ายบ่อยกว่าปกติ ปริมาณอุจจาระอาจมากขึ้น บางครั้งอาจมีอาหารที่ยังไม่ย่อยปนออกมา
อาการท้องเสียอาจเกิดจากความผิดปกติที่ลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ (ลำไส้ใหญ่อักเสบ) ซึ่งถ้าแบ่งตามระยะเวลาการเกิด จะแบ่งเป็นแบบเฉียบพลัน หรือเรื้อรัง เอกสารชุดนี้จะกล่าวถึงแต่วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเมื่อเกิดปัญหาท้องเสียที่จากความผิดปกติที่ลำไส้เล็กเท่านั้น สำหรับวิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเมื่อเกิดปัญหาความผิดปกติที่ลำไส้ใหญ่ (ลำไส้ใหญ่อักเสบ) กรุณาติดตามอ่านได้ในบทความเรื่อง “วิธีการดูแลสัตว์เลี้ยงเมื่อเกิดปัญหาความผิดปกติที่หรือลำไส้ใหญ่ (ลำไส้ใหญ่อักเสบ)”
ท้องเสียเฉียบพลันจากลำไส้เล็ก มักเกิดอาการมาไม่เกิน 48 ชั่วโมง ส่วนมากอุจจาระมักมีมูกปน ไม่ค่อยพบว่ามีเลือดปน มักกินอาหารลดลงหรือไม่กินอาหาร สีอุจจาระมักเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลแดง สัตว์เลี้ยงจะแสดงอาการรีบหาสถานที่จะถ่าย หรือถ่ายไม่เป็นที่ ถ่ายบ่อยขึ้น อาจมีอาการเบ่งต่อหลังจากที่ถ่ายเสร็จแล้ว
ท้องเสียเรื้อรังจากลำไส้เล็ก มักเป็นมานานกว่า 7-10 วัน สัตว์เลี้ยงจะอุจจาระเป็นน้ำออกมาทีละมากๆ เพราะว่าลำไส้มีการบีบตัวมากกว่าปกติ 2-3 เท่า อุจจาระมักไม่ค่อยมีมูกปน สีอุจจาระมักเป็นสีน้ำตาลถ้าไม่มีเลือดปน แต่ถ้ามีเลือดปนจะมีสีดำ

สาเหตุของท้องเสีย
สาเหตุของท้องเสียมักมาจาก แบคทีเรีย ไวรัส พยาธิในลำไส้ และความเครียด บางครั้งสารพิษที่เกิดจากอาหารบูดเสีย การคุ้ยกินขยะ โรคแพ้อาหาร โรคของตับหรือตับอ่อนก็ทำให้ท้องเสียได้เช่นกัน
ในพวกลูกสัตว์มักได้รับผลกระทบจากท้องเสียมากกว่าพวกสัตว์โต ดังนั้นถ้าพวกลูกสัตว์เกิดปัญหาท้องเสีย ควรรีบสังเกตสิ่งผิดปกติทั้งหมด แล้วรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย และทำการรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะว่าอาการจะทรุดลงจนถึงขีดอันตรายเร็วมาก

การรักษา
กระบวนการรักษาที่สัตวแพทย์กระทำจะเริ่มจากการถามประวัติ และการตรวจร่างกาย สัตวแพทย์มักจะถามถึงโปรแกรมสุขภาพที่ได้รับมาเช่น วัคซีน การถ่ายพยาธิ อาหารที่ให้ ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็สามารถวินิจฉัยได้ และสามารถให้การรักษาได้เลย สัตวแพทย์จะแนะนำให้งดอาหารทุกชนิดเป็นเวลา 24-48 ชั่วโมง ขึ้นกับระดับความรุนแรง (ถ้ามากก็จะให้งดนานขึ้น และจะงดอาหารไม่เกิน 2 วันในแมว) ร่วมกับการให้การรักษา โดยทั่วไปสัตวแพทย์จะแนะนำให้มีการให้น้ำแก่สัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่ ยกเว้นในรายที่มีอาการอาเจียนจะให้งดน้ำด้วย
สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาการเสียน้ำอย่างรุนแรง สัตวแพทย์จะมีการให้สารน้ำเข้าเส้นเลือดก่อนที่จะมีกระบวนการรักษาอื่นๆ

การดูแลสัตว์ป่วยที่บ้าน
หลังจากที่งดอาหารครบกำหนดตามที่สัตวแพทย์แนะนำแล้ว เจ้าของสัตว์ควรดูแล และให้อาหารตามคำแนะนำต่อไปนี้
1. ให้อาหารทีละน้อยๆ แต่ให้บ่อยๆ (วันละ 3-6 มื้อ)
2. ให้อาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ หรืออาหารที่สัตวแพทย์แนะนำ
3. อย่าให้อาหารที่มีรสหวานจัด นม หรือขนมทุกชนิด
4. สังเกตอาการของสัตว์ป่วยอย่างละเอียด รวมถึงลักษณะของอุจจาระ และสิ่งต่างๆที่ปนอยู่ในอุจจาระด้วย