แนะนำคลินิก

ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง เป็นส่วนหนึ่งของคลินิกบ้านรักสัตว์ ตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการบำบัดรักษาโรคผิวหนังสัตว์ ตั้งแต่ระดับเบื้องต้น จนถึงระดับการตรวจรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้ง ยังให้บริการรับส่งต่อเพื่อการตรวจรักษาต่อเนื่องในรายที่มีปัญหาโรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังที่มีความยุ่งยากซับซ้อนจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่นอีกด้วย

ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง ดำเนินการตรวจ และรักษาโดย “น.สพ. รังสรรค์ สกุลพลอย สพ.บ. Cert Vet Dermatology”

การ บริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะให้บริการด้านโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง แบบครบวงจร ตั้งแต่โรคผิวหนังเบื้องต้น เช่นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ หรือปรสิต จนถึงโรคที่ต้องการ การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เช่น โรคภูมิแพ้ โรคมะเร็งหรือเนื้องอกของผิวหนัง โรคผิวหนังที่เกิดจากความบกพร่องของฮอร์โมนหรือระบบภูมิค้มกัน รวมถึงโรคติดเชื้อของผิวหนัง หูอักเสบ โรคของเท้าที่เป็นๆหายๆ หรือไม่ยอมหายขาด

ขั้นตอนการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง จะกระทำในแนวทางเดียวกับที่กระทำกันในประเทศออสเตรเลีย โดยจะเน้นไปที่การเจาะลึกไปถึงสาเหตุของโรคทั้ง สาเหตุหลัก และสาเหตุที่ซ่อนอยู่ควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิการรักษาที่สูงที่สุด มีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด รวมทั้งประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายให้มากที่สุด




การบริการของเรา

การบริการของทางศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยงประกอบด้วย

· การตรวจทางเซลล์วิทยา (Cytology)
· การตรวจเชื้อรา โดยวิธี KOH preparation, Wood’s lamp examination, และ Fungal Culture
· การทดสอบการแพ้น้ำลายหมัด (Flea bite hypersensitivity testing)
· การทดสอบการเกิดโรคผิวหนังเนื่อง จากอาหาร (Adverse food reaction testing)
· การทดสอบการเกิดปฏิกิริยากับสาร ภูมิแพ้ในอากาศ (Aeroallergen Testing)
· การตัดชิ้นเนื้อของผิวหนังที่มี ปัญหา เพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา (Skin Biopsy for Dermatohistopathology)
· การทดสอบระดับฮอร์โมน เพื่อการวินิจฉัยโรคผิวหนังที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน (Hormonal Assay for Skin disease due to Endocrinopathy)
· การรักษาโรคภูมิแพ้ โดยการ Immunotherapy
· การตรวจโรคหู โดยการทำ Otoscopic examination
· การรักษาโรคหูอักเสบ โดยการทำ Ear Flushing technique



ที่ตั้งคลินิก

66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160

โทร. 064-253-5695

มือถือ 064-253-5695 (เปิดเครื่องรับสาย 8.00 น. - 20.00น.)

E-mail: allergyvet@yahoo.com

LINE : allergyskinvet

Facebook: facebook.com/allergyskinvet และ http://www.facebook.com/allergydermvet

พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)

แผนที่ของคลิินิก: ให้ ก็อปปี้ "13.741167,100.422598" แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก

จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่

สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'

การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ

ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695

LINE : allergyskinvet และที่

Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet

และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ

เวลาทำการ

อาทิตย์ 13.00-20.30น.

จันทร์-ศุกร์ 11.00-14.00น. และ 17.00-20.30 น. (ช่วงโรงเรียนเปิดเทอม หมอต้องออกไปรับลูก)


เสาร์ เฉพาะนัดล่วงหน้าเท่านั้น (ถ้าไม่มีใครนัด หมอขอปิดทำการ เพื่อพาลูกไปเที่ยว)


เนื่องจาก ปัจจุบันเจ้าของสัตว์หลายๆรายจะอยู่ไกลจากคลินิกมาก ประกอบกับช่วงนี้ตัวหมอเองมีความจำเป็นบางอย่าง ที่อาจจำเป็นต้องปิดทำการเพื่อออกไปทำธุระ

จึงใคร่ขอรบกวนให้ช่วยโทรนัดล่วงหน้า เพื่อจะได้ไม่มาแล้วเสียเที่ยว

ทางคลินิกต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้




ติดต่อกับผมได้ที่โทร 064-253-5695

LINE : allergyskinvet และที่

Facebook: http://www.facebook.com/allergyskinvet

และ http://www.facebook.com/allergydermvet ครับ

ราคาค่าบริการสำหรับการรักษาโรคผิวหนังของทางศูนย์โรคภูมิแพ้และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง

ราคาค่าบริการสำหรับโรคผิวหนังทั่วไป และโรคภูมิแพ้
+ค่าตรวจ + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่าตรวจเพิ่มเติมที่อาจจำเป็น จะแจ้งราคาให้ทราบเมื่อจำเป็นต้องทำการตรวจ
+ค่ายารักษา ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว


ค่าใช้จ่ายสำหรับโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (สุนัขน้ำหนักตัวไม่เกิน 16 กิโลกรัม)

+ค่าตรวจทั่วไป + ค่าตรวจโรคผิวหนัง 200 บาท
+ค่ายาที่ใช้รักษา 1,200 บาทต่อ 1 เดือน
+ค่ายาอื่นๆที่อาจต้องใช้ ขึ้นกับชนิดของตัวยา ปริมาณยาที่ใช้ และตัวสัตว์ป่วยแต่ละตัว

สำหรับท่านที่ไม่ชอบพกเงินสด 😀😀 ตอนนี้ทางคลินิกได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินโดยใช้ การโอนเงินผ่าน Promtpay, การใช้ QR Code (ไม่ค่าโอนถ้าใช้บัญชี Promptpay) และรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิต(คิดค่าธรรมเนียมการใช้บัตร 3%) ได้แล้วครับ 😁😁

เส้นทางมาที่คลินิก



คลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 66/36 หมู่บ้านนิศาชล ซ. บางแวก79 ถ. บางแวก (จรัลฯ13)
แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญ กทม 10160

การเดินทางมาที่คลินิกบ้านรักสัตว์(ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) จะสามารถมาได้หลายทาง โดยถ้ามาจาก ถ.กาญจนาภิเษก ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13(บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ วิ่งตามทางมาเรื่อยๆ จะเห็นซุ้มประตูวัดมะพร้าวเตี้ยอยู่ด้านซ้าย ให้วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจะเห็นหมู่บ้านศุภาลัยอยู่ด้านขวา จะเห็นตึกแถวของหมู่บ้านนิศาชลอยู่ติดกับหมู่บ้านศุภาลัย ให้เลี้ยวขวาเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก



ถ้ามาจาก ถ.ราชพฤกษ์ ถ.พุทธมณฑลสาย1 ถ.จรัลสนิทวงศ์ หรือ ถ.เพชรเกษม48 ให้เลี้ยวเข้า ถ.จรัลฯ 13 (บางแวก) มุ่งหน้าไปทาง ถ.กาญจนาภิเษก วิ่งตามทางมาเรื่อยๆจนข้ามสะพานข้ามคลองราชมนตรี ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยบางแวก79 (ซอยหมู่บ้านนิศาชล) จะเห็นเซเว่นฯ อยู่ปากปากซอย (ทางเข้าหมู่บ้าน) แล้วเตรียมชิดซ้ายหาที่จอดรถ จะเห็นป้าย “คลินิกบ้านรักสัตว์” อยู่ด้านซ้าย สามารถจอดรถได้ที่หน้าคลินิก


พิกัด GPS : 13.741167,100.422598 (บนแผนที่ของ Google)

แผนที่ของคลินิก: ให้ ก็อปปี้ 13.741167,100.422598 แล้วไป paste ลงที่ช่อง ค้นหา maps ของ http://maps.google.co.th/maps?hl=th&tab=wl คุณพบแผนที่ของคลินิก

จากนั้นคุณสามารถค้นหาเส้นทางมาที่คลินิกได้จาก link ที่อยู่ด้านซ้ายของแผนที่

สำหรับท่านที่ใช้ GPS ของ Garmin ให้ใช้พิกัด N:13 ํ 44.469' E:100 ํ 25.361'



การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ

การเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงเพื่อรับการตรวจโรคผิวหนังกับทางคลินิกบ้านรักสัตว์

เพื่อที่จะเป็นการประหยัดเวลา และลดการใช้จ่ายบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องมีแก่เจ้าของสัตว์ป่วย

* คนที่พาสุนัขมารับการตรวจ และรักษา ควรเป็นเจ้าของสัตว์ป่วย หรือผู้ที่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการการยอมรับการรักษาและค่าใช้จ่ายต่างๆ เนื่องจากโรคผิวหนังมัก ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นาน มักต้องการการตรวจหลายครั้ง และต้องการการสื่อสารที่ดี เพื่อการอธิบายถึงปัญหาต่างๆของตัวโรค และแผนการรักษาที่ชัดเจน และไม่คลุมเคลือ

* กรุณาอย่าให้คนอื่น หรือคนรับใช้ที่ไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ เป็นคนพามาตรวจ และรับการรักษาแทน เพื่อป้องกันความผิดพลาดเนื่องจาก การสื่อสาร

* งดอาบน้ำสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย

* งดทำความสะอาดหูสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนมารับการตรวจ และรักษาอย่างน้อย 5 วันก่อนการนัดหมาย

*กรุณาอย่าใช้ยาทาที่เป็นสีต่างๆ ซึ่งล้างออกยาก เช่น ยาม่วง ยาเหลือง ยาแดง เนื่องยากลุ่มนี้จะบังแผล แผลรอยโรคต่างๆ และรบกวนการย้อมสีตัวอย่าง

* ถ้ามียาที่ต้องให้กิน หรือฉีดที่ต้องใช้อยู่ ณ เวลาที่ต้องการพามาตรวจ (ซึ่งได้รับมาจากคลินิก หรือโรงพยาบาลสัตว์อื่น) กรุณาอย่างดยา และแจ้งให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ทราบทุกครั้ง

*สำหรับในกรณีที่พาแมวมา กรุณาใส่กรง หรือตระกร้าที่ปิดล๊อคได้มา เพื่อความปลอดภัยของแมว และตัวเจ้าของแมวเอง

* ควรโทรนัดล่วงหน้า


*ควรให้เวลากับทางคลินิก 1-2 ชั่วโมงเพื่อ การตรวจ รักษา และให้คำแนะนำได้เต็มที่

* เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ท่านเจ้าของสัตว์ป่วย กรุณากรอกแบบสอบถามโดยการคลิกที่ Label ทางด้านขวา หรือดาวน์โหลดได้จาก

https://docs.google.com/document/d/1u2LAH4cKOLi6Pvrdp5Bzyaq49q4OWS9-smhix7oKoNc/edit

โดยให้ Save เป็นไฟล์ของ Word แล้วกรอกแบบสอบถาม จากนั้นสามารถส่งได้โดยการปริ๊นท์ออกมาแล้วนำมาพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือส่งมาทาง email หรืออัปโหลดขึ้น google docs แล้วแจ้งลิงค์มาทาง

http://www.facebook.com/Allergyskinvet หรือ http://www.facebook.com/allergydermvet ก็ได้

การตรวจรักษาจะรับเฉพาะในรายที่โทรนัดเท่านั้นครับ ถ้าสนใจโทรนัดได้ที่ 064-253-5695 ครับ

Wednesday, December 12, 2012

ปัญหาขนร่วง (Hair Loss Disorder)

ปัญหาขนร่วง (Hair Loss Disorder)

ปัญหาขนร่วง (Hair Loss Disorder) เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และเห็นได้ชัดเจนมากปัญหาหนึ่งของโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง และมีผลกระทบตั้งแต่เรื่องความสวยงาม จนไปถึงเรื่องความเป็นความตาย ขึ้นกับว่าโรคอะไรที่ก่อปัญหานี้

สาเหตุของปัญหาขนร่วง ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแบ่งได้เป็นกลุ่มดังนี้

1) ปัญหาขนร่วงที่เกิดจากการถูก ตัด เลีย ทึ้ง หรือไถขน หรือที่ในภาษาทางสัตวแพทย์เรียกว่า Traumatic Induce Alopecia ซึ่งมักพบได้ในสัตว์ที่มีปัญหาเรื่องอาการเกาคัน (Puritic Skin Disease) เกิดจากคนเป็นตัวก่อปัญหา และ/หรือพวกมีปัญหาทางจิตเวช (Psychgenic Alopecia)
    โรคที่ก่อปัญหาเรื่องอาการเกาคัน (Puritic Skin Disease) ได้แก่ การติดเชื้อ การติดปรสิต โรคภูมิแพ้ การได้รับสารก่อความระคายเคือง มะเร็งของผิวหนังบางชนิด โรคทางระบบประสาท (พบได้น้อยมากๆ)
    ตัวอย่างของปัญหาทางจิตเวชที่ทำให้ขนร่วง (Psychgenic Alopecia) ได้แก่ Symmetrical Psychgenic Alopecia ในแมว และ Acral Lick Granuloma ในสุนัข และ Hair Plucking Disorder ในนกตระกูลนกแก้วและนกกระตั้ว
    ตัวอย่างของปัญหาที่เกิดจากคนเป็นตัวก่อปัญหา (Human Made Alopecia) ได้แก่ ขนร่วงจากการการตัดแต่งขนไม่ถูกหลัก(Post Clipping Alopecia)

2) ปัญหาขนร่วงที่เกิดจากความผิดปกติของตัวรูขุมขนเอง (Follicular Disorders)
    ตัวอย่างของปัญหาขนร่วงที่เกิดจากความผิดปกติของตัวรูขุมขน ได้แก่ การอักเสบหรือการตายของรูขุมขน (Folliculitis and Furunculosis) การขาดสารอาหารประเภทสังกะสี (Zinc Deficiency) โรคเพมฟิกัส (Pemphigus Folliaceous) โรค Alopecia Areata

3)  ปัญหาขนร่วงที่เกิดจากปัจจัยบางอย่างมารบกวนวงรอบการสร้างขนเช่น ยาบางชนิด ฮอร์โมน ฤดูกาล มะเร็งบางชนิด เป็นต้น

จาก 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)มีความเห็นว่า การที่จะสรุปได้ว่าสัตว์ตัวนั้นๆมีปัญหาขนร่วงจากสาเหตุอะไร จำเป็นต้องมีขั้นตอนการตรวจที่เชื่อถือได้ก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถสรุปได้ จากนั้นจึงค่อยวางแผนการรักษาต่อไป

Sunday, January 29, 2012

บัญญัติ 10 ประการในการลดการเกิดโรคผิวหนัง

รคผิวหนังสามารถเกิดได้กับคน และสัตว์ทุกชนิด อย่างไรก็ตาม 10 ข้อต่อไปนี้ จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคผิวหนังในสัตว์เลี้ยงของคุณได้
1. หมั่นควบคุมเห็บ-หมัดทั้งบนตัวสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมทั้งในสิ่งแวดล้อมที่สัตว์เลี้ยงของคุณอาศัยอยู่ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการวิจัยที่ถูกหลัก และขึ้นทะเบียนยาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น (อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะอาจทำให้คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มจากการเห็นแก่ของถูกแบบจำยอมต้อง จ่ายมากกว่าที่คุณคิดว่าจะประหยัดได้)
2. อาบน้ำแก่สัตว์เลี้ยงของคุณอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้แชมพูที่ผ่านงานวิจัยที่ถูกหลัก และสัตวแพทย์ที่ตรวจสภาพผิวหนังของสัตว์เลี้ยงของคุณแนะนำให้ใช้เท่านั้น (และเช่นกัน อย่าเห็นแก่ของถูก เพราะอาจทำให้คุณจำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มจากการเห็นแก่ของถูกแบบจำยอมต้อง จ่ายมากกว่าที่คุณคิดว่าจะประหยัดได้)
3. ใช้อาหารที่คุณภาพสูง และเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณเท่านั้น (ไม่มีผลิตภัณฑ์ หรือยาอะไรก็แล้วแต่ในโลกนี้จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพดีได้ ถ้าคุณยืนยันที่จะใช้อาหารที่มีคุณภาพต่ำแก่สัตว์เลี้ยงของคุณ) 
4. อย่าพยายามเปลี่ยนอาหารบ่อยๆ เพราะเมื่อไรที่สัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาการแพ้อาหาร คุณจะเจองานยากในการที่จะรู้ว่าอาหารตัวใดให้กินได้บ้าง อาหารตัวใดบ้างที่ห้ามให้กินเด็ดขาด  
5. อย่าให้สัตว์เลี้ยงของคุณตากแดดช่วงแดดแรง (10.00 -16.30 น.) หรือควรทาครีมกันแดดก่อนปล่อยออกไปข้างนอก
6. อย่าให้ยาอะไรก็ตามเอง โดยไม่ได้ผ่านการสั่งจ่ายยาจากสัตวแพทย์ เพราะคุณอาจกำลังทำให้ปัญหาง่ายที่ใช้ค่าใช้จ่ายต่ำ เป็นเรื่องใหญ่จ่ายกระอัก จนถึงไม่สามารถแก้ไขได้อย่างสมบูรณ์เลยก็ได้  และที่สำคัญการที่คุณให้ยาเองนั้น คุณกำลังมีส่วนร่วมในการสร้างเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ซึ่งดื้อยาและอาจติดคน ได้ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
7. ทำการบ้านให้ดีก่อนที่จะนำสัตว์มาเลี้ยง เพราะว่าสัตว์แต่ละพันธุ์จะมีความไวต่อโรคผิวหนังแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน  
8. หมั่นสังเกตุความปกติของผิวหนังเช่น กลิ่นตัว ขนหยาบกระด้าง เกาคัน แทะ ถูไถตัว ฯลฯ ถ้ามี ควรพาไปรับการตรวจกับสัตวแพทย์ ก่อนปัญหาเล็กๆจะลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ๆ  
9. พาสัตว์เลี้ยงของคุณไปเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ปีละ 1-2 ครั้ง 
10. ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ไม่สนับสนุนให้มีการเปลี่ยนหมอที่ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างพร่ำ เพรื่อ แต่ถ้าสัตวแพทย์ที่ดูแลรักษาสัตว์เลี้ยงของคุณไม่สามารถทำให้ดีขึ้นใน 1-2 เดือน หรือปัญหาดูแย่ลง หรือมีการใช้สเตียรอยด์แบบกิน หรือฉีดติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่สามารถชี้แจงเหตุผล หรืออธิบายได้ ในกรณีนี้การเปลี่ยนหมอจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ทั้งนี้คุณควรคุยกับหมอที่คุณใช้บริการก่อนที่จะตัดสินใจ

Sunday, July 17, 2011

อาการของการแพ้น้ำลายหมัด

อาการของการแพ้น้ำลายหมัด

สุนัขที่มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัด เกิดได้จากการที่หมัดกัดที่ผิวหนังของสุนัขแล้วฉีดน้ำลายเข้าไปในผิวหนังของสุนัข แล้วเกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ตามมา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าสุนัขหลายๆตัวสามารถแสดงอาการของการแพ้น้ำลายหมัดได้ถึงแม้ว่าจะได้การโปรแกรมการควบคุมหมัดแล้วก็ตาม เมื่อสุนัขที่มีปัญหาการแพ้น้ำลายหมัดถูกหมัดกัดที่ผิวหนังของสุนัขแล้วฉีดน้ำลายเข้าไปในผิวหนังของสุนัข ตัวสุนัขจะแสดงอาการการแพ้ออกมา โดยจะแแสดงอาการคันถึงแม้ว่าจะถูกหมัดเพียงตัว หรือสองตัวกัดก็ตาม นอกจากนี้สุนัขหรือแมวส่วนใหญ่มักแสดงอาการคันหลังจากถูกหมัดกัดแล้วอย่างน้อย 3 วัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ถึงแม้จะไม่เห็นตัวหมัด ก็อย่าคิดว่าอาการคันในสุนัขของคุณไม่ได้เกิดจากการแพ้น้ำลายหมัด

จากการสังเกตูของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าอาการที่บ่งชี้ว่าสุนัขน่าจะแพ้น้ำลายหมัดได้แก่ มีตุ่มขึ้น ซึ่งตุ่มนี้มักเกิดหลังจากถูกหมัดกัดแล้ว 3 วัน และจะคงอยู่ได้หลายวัน จากนั้นจะมีสะเก็ดปกคลุมถ้าไม่ถูกเกาจนถลอกก่อน เกาคันโดยมักพบแถวสะโพก ผิวหนังแดง และมีรอยถลอก มี Hot spots ขนร่วง ผิวหนังหนาตัวและเปลี่ยนสี แต่ก็มีในหลายๆตัวไม่แสดงอาการเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่กลับแสดงอาการคล้ายกับอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนังแทน

อาการของโรคหิดสุนัข (scabies)

อาการของโรคหิดสุนัข (scabies)

โรคหิดสุนัข (scabies) หรือโรคขี้เรื้อนซาร์คอปติค (Sarcoptic mange) หรือบางคนเรียกว่าขี้เรื้อนแห้ง เป็นโรคผิวหนังที่ติดต่อกันได้ง่าย และสามารถติดคนได้ เกิดการที่ตัวไรหิดฝังตัวเข้าไปในผิวหนัง แล้วทำให้เกิดอาการเกาคันอย่างรุนแรงจนในบางตัวถึงขนาดที่เรียกว่าคันจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ซึ่งทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าอาการน่าสงสัยว่าสุนัขเป็นโรคหิดสุนัขได้แก่ อาการเกาคันอย่างรุนแรง มีรอยถลอกหรือเลือดออกตรงบริเวณที่คัน ขนร่วง

โรคนี้สามารถติดคนได้ ถ้าเจ้าของมีเม็ดตุ่มแดงๆ และคันอย่างรุนแรง ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำควรพาสุนัขไปรับการตรวจจากสัตวแพทย์ และตัวเจ้าของควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

Wednesday, July 6, 2011

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis)

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis)

โรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis)ในสุนัข หรือชื่อเดิมคือโรคแพ้อากาศในสุนัข จะเหมือนกับโรคในคนที่เรียกว่าeczema จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในสุนัข ในประเทศที่เจริญแล้ว หรือในกลุ่มสุนัขที่มีสุขอนามัยที่ดี จะพบได้ร้อยละ10 ส่วนใหญ่เกิดจากการที่สุนัขของคุณไวต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศเช่น ไรฝุ่น เกสร สปอร์ แต่ในปัจจุบันทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) เริ่มพบว่าสารก่อภูมิแพ้ในอาหารก็สามารถทำให้เกิดโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis)ในสุนัขได้เช่นกัน

อาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ที่พบได้บ่อยๆได้แก่ คัน ผิวหนังแดง ขนหลุดร่วง ผื่นหรือตุ่มขึ้น ผิวหนังหนาตัวหรืออาจมีการเปลี่ยนสีของผิวหนัง

จะเห็นได้ว่าอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) จะเหมือนกับอาการของการแพ้อาหาร ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะวินิจฉัยโรคนี้โดยการดูอาการและคาดเดา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าการวินิจฉัยโรคนี้ที่แม่นยำที่สุดคือการใช้ Favrot's Diagnisis Citeria for Atopic Dermatitis ร่วมกับการใช้โปรแกรม Allergy diagnostic work up เท่านั้น

อาการของโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (Demodicosis)

อาการของโรคขี้เรื้อนรูขุมขน (Demodicosis)

โรคขี้เรื้อนรูขุมขน หรือโรคขี้เรื้อนดีโมเดกซ์ หรือหลายๆคนเรียกว่า ขี้เรื้อนเปียก เกิดจากการเพิ่มจำนวนตัวไรดีโมเดกซ์ในรูขุมขนอย่างฉับพลันจนเกิดความผิดปกติขึ้นมา ซึ่งอาการบ่งบอกว่าสงสัยจะเป็นโรคนี้คือ ขนร่วงโดยเฉพาะแถวหน้า รอบตา ขา และหลัง มีเม็ดตุ่มกระจาย

ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ไม่ค่อยพบว่าโรคนี้ทำให้เกิดอาการคัน ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) พบว่าอาการคันที่เกิดจากการติดตัวไรดีโมเดกซ์ชนิดคอร์นีไอในสุนัข หรือการติดตัวไรดีโมเดกซ์ชนิดกาโตไอในแมว หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในลูกสุนัขที่เป็นแค่บริเวณเล็กๆที่ไม่ใช่ที่เท้า ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)พบว่ามากกว่าครึ่งสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องทำการรักษา แต่ในกรณีที่เป็นที่ฝ่าเท้า หรือกระจายทั่วตัว ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าต้องรีบทำการรักษาก่อนที่เป็นหนักขึ้นจนไม่มีทางรักษา

สำหรับสุนัขที่เริ่มเป็นโรคนี้หลังจากอายุมากกว่า 1 ปี ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าต้องตรวจหาสาเหตุโน้มนำด้วย เพราะว่าถ้าไม่แก้ไขที่ตัวสาเหตุโน้มนำควบคู่กับการรักษาโรคขี้เรื้อนรูขุมขน มักพบว่าการรักษาโรคขี้เรื้อนรูขุมขนไม่ประสบความสำเร็จ และสาเหตุโน้มนำหลายๆตัวก็มักเป็นโรคร้ายแรงถึงตายได้

Sunday, June 26, 2011

อาการของการแพ้อาหาร

อาการของการแพ้อาหาร

ในกรณีที่สุนัขของคุณไวต่อองค์ประกอบตัวใดตัวหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งชนิดที่มีอยู่ในอาหารที่กินเข้าไป หรือพูดง่ายๆว่าสุนัขตัวนั้นๆแพ้อาหาร โดยทั่วไปแล้วสุนัขจะแสดงอาการต่อไปนี้ คัน ผิวหนังแดง ขนหลุดร่วง ผื่นหรือตุ่มขึ้น อาจมีอาการของทางเดินอาหารร่วมด้วย เช่นอาเจียน ท้องเสีย หรือตดบ่อย บางตัวอาจมีการเปี่ยนแปลงแต่ลักษณะของอุจจาระร่วมกับความผิดปกติที่ผิวหนังเท่านั้น

บางตัวอาจแสดงอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ซึ่งจะเหมือนกับอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ของผิวหนัง (atopic dermatitis) ที่เกิดจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งไม่สามารถแยกแยะออกจากกันได้โดยการดูอาการและคาดเดา ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าต้องใช้วิธีการทดสอบการแพ้อาหารที่ถูกหลัก ร่วมกับการใช้โปรแกรม Allergy diagnostic work up ช่วยเท่านั้น จึงสามารถแยกแยะและวินิจฉัยได้

ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)

ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)

ระดับความคันของสุนัข (Canine Itch Scale)ของทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ดัดแปลงจาก Client Itch Grading Scale โดย Peter B Hill และคณะ ซึ่งมีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้เจ้าของสุนัขประเมินอาการคันด้วยตนเองที่บ้านโดยจะให้เจ้าของสุนัขประเมินทุกสัปดาห์ ซึ่งหลังจากเจ้าของประเมินแล้วแนะนำให้บันทึกผลไว้ แล้วนำบันทึกนี้มาที่คลินิกในการนัดหมายครั้งต่อไปเพื่อที่ทางทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)จะได้ปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับตัวสุนัขยิ่งขึ้น การประเมินระดับความคันของสุนัขนอกจากช่วยให้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ทราบถึงระดับความรุนแรงของความคันแล้ว ยังช่วยใหนการวินิจฉัย และวางแผนหรือปรับแผนการรักษาอีกด้วย

ความคันของสุนัขในที่นี้รวมถึง การเกา แทะตามตัว การเลียตัว และการเอาตัวไปถูกับที่ต่างๆ โดยแต่ละระดับเป็นดังนี้:

ระดับ 0 (Grade 0): สุนัขปกติ หรือสุนัขไม่ได้คัน หรือเกามากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนัง (Normal dog: dog does not itch more then before the disease began).

ระดับ 1 (Grade 1): มีอาการเกาคันให้เห็นบ้าง ซึ่งอาจมากกว่าตอนก่อนมีปัญหาโรคผิวหนังนิดหน่อย ถ้าไม่เป็นคนช่างสังเกตุอาจคิดว่าปกติดี (Occasional episodes of itching: small increase in itch compared with before the disease began.)

ระดับ 2 (Grade 2): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจน แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (More frequent episodes of itching but itching stops when dog is sleeping, eating, playing, exercising or is otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า ถ้าพอมีเวลาเจ้าของควรพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์

ระดับ 3 (Grade 3): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำในตอนที่ยังไม่หลับ อาจมีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ้าง แต่อาการเกาคันจะหายไปในตอน กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Regular episodes of itching are seen when dog is awake. The dog occasionally wakes up because of itching, but the itching stops when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรหาเวลาพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว

ระดับ 4 (Grade 4): มีอาการเกาคันให้เห็นชัดเจนเป็นประจำ และการเกาแต่ละครั้งจะนานขึ้นในตอนที่ยังไม่หลับ มีการสะดุ้งตื่นขึ้นมาเกาให้เห็นบ่อยๆ อาการเกาคันจะยังคงอยู่ในตอนกินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือแม้แต่เวลามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ (Prolonged episodes of itching are seen when the dog is awake. The dog regularly wakes up because of itching or itches in its sleep. The itching can also be seen when the dog is eating, playing, exercising or otherwise distracted.) ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ได้แล้ว

ระดับ 5 (Grade 5): เกาคันเกือบตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนหลับ กินอาหาร เล่น ออกกำลัง หรือถ้ามีอะไรไปรบกวนการเกาคัน เช่นการดุ ตะคอก หรือการแหย่ อาการเกาคันนี้ยังคงอยู่แม้แต่จะอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือที่ไม่ชอบเช่นในห้องตรวจรักษา หลายๆตัวอาจต้องใส่อุปกรณ์ควบคุมเพื่อไม่ให้เกาในเวลาคัน (Almost continuous itching which does not stop when the dog is distracted, even in the consulting room. The dog needs to be physically restrained from itching.)ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง)ขอแนะนำว่าถ้าสุนัขของคุณมีอาการเกาคันในระดับนี้ แปลว่าเขาส่งสัณญานว่า เจ้าของควรรีบพาสุนัขไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

Tuesday, May 31, 2011

สเตียรอยด์ กับสัตว์เลี้ยง3 ผลของการใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ

สเตียรอยด์ กับสัตว์เลี้ยง3 ผลของการใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ

การใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานานๆเพื่อรักษาโรคผิวหนังบางโรค โดยเฉพาะเพื่อการกดอาการคัน ถึงแม้ว่าจะใช้ในขนาดต่ำๆ และให้ในระยะห่างกว่า 48 ชั่วโมง ก็ยังสามารถก่อปัญหาต่อไปนี้ต่อสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขของคุณ ผลของการใช้สเตียรอยด์เป็นเวลานานๆที่พบได้เป็นประจำได้แก่
1)ทำให้สัตว์เลี้ยง เข้าสู่ช่วงวัยชราได้เร็วกว่าปกติ และบั่นทอนอายุขัยของสัตว์เลี้ยง --- กล่าวง่ายๆก็คือ แก่เร็ว สังขารเสื่อมเร็ว อายุสั้นหรือตายเร็ว
2)ข้อเสื่อม และเสียหาย
3)บั่นทอนประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกัน ทำให้เจ็บป่วยง่าย
4)กล้ามเนื้ออ่อนแรง
5)ติดเชื้อในระบบขับปัสสาวะ
6)ขนบาง
7)ผิวหนังบางลง
8)ความอึดลดลง
9)กินน้ำมากกว่าปกติ และปัสสาวะมากกว่าปกติ

ถ้าสัตว์เลี้ยงของคุณมีอาการตามที่กล่าวมาตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป และยังคงรับสเตียรอยด์อยู่ ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ใคร่ขอแนะนำว่า คุณควรต้องคุยกับสัตวแพทย์ที่คุณใช้บริการ ถึงการใช้วิธีการรักษาวิธีอื่นที่สามารถหลีกเลี่ยง หรือลดการใช้สเตียรอยด์ได้แล้ว

หมายเหตุ โรคบางโรคเช่น โรคของระบบภูมิคุ้มกันบางโรคเช่น Pemphigus หรือมะเร็งบางชนิดเช่น Lymphoma การใช้สเตียรอยด์จะช่วยทำให้ทำให้สัตว์เลี้ยงยืดอายุขัยออกไปได้ หรืออย่างน้อย ก็ทำให้สัตว์ป่วยสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าการไม่ใช้สเตียรอยด์ ในกรณีนี้ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) มีความเห็นว่าควรใช้สเตียรอยด์ต่อจนกว่าสัตว์ป่วยจะตายจากไป ถึงแม้ว่าต้องยอมรับผลไม่พึงประสงค์ของการใช้สเตียรอยด์ก็ตาม

Thursday, May 26, 2011

ข้อที่เจ้าของแมวต้องรู้ในการให้ยา หรือทำการรักษาแมว โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาโรคผิวหนัง

ข้อที่เจ้าของแมวต้องรู้ในการให้ยา หรือทำการรักษาแมว โดยเฉพาะในรายที่มีปัญหาโรคผิวหนัง

ทางคลินิกบ้านรักสัตว์ (ศูนย์โรคภูมิแพ้ และโรคผิวหนังสัตว์เลี้ยง) ขอให้เจ้าของแมวคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้ ก่อนที่จะพาแมวป่วยไปหาหมอที่คุณเลือกใช้บริการ เพื่อที่จะได้แจ้งข้อจำกัดของคุณให้หมอได้รู้ก่อนที่ลงมือทำการตรวจรักษา

1) แมวเป็นสัตว์ที่ --ฉันจะกินอะไรที่ฉันอยากกินเท่านั้น ถ้าไม่มี ฉันยอมอด ในข้อนี้เป็นข้อที่เจ้าของแมวควรรับรู้ เพราะคุณจะได้เจอเวลาที่คุณจำเป็นต้องเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารสูตรที่สำหรับช่วยในการรักษาโรคต่างๆ
2) แมวเป็นสัตว์ที่ --ยังคงมีความเป็นสัตว์ป่าอย่างเต็มตัวอยู่ ถ้าคุณไม่ระวังคุณอาจเจ็บตัวเวลาให้ยาแมว
3) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบยาเม็ดที่มีกลิ่น
4) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบยาน้ำที่ผสมแอลกอฮอล์ (elixirs)
5) แมวเป็นสัตว์ที่ --ไม่ชอบอาบน้ำ คุณควรคุยกับหมอที่รักษาแมวของคุณถึงวิธีการอาบน้ำแมวให้ดีดี ไม่เช่นนั้นคุณอาจเจ็บตัวเวลาจับแมวอาบน้ำ
6) แมวเป็นสัตว์ที่ --จำไม่มีลืม ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณ สัตวแพทย์ที่คุณใช้บริการ หรือใครก็ตามทำกับแมวของคุณ แมวจะจำไม่มีลืม
7) คุณสามารถสั่งให้สุนัขของคุณทำในสิ่งที่าคุณสั่งได้ แต่ไม่สำหรับแมว แมวจะทำเมื่ออยากทำเท่านั้น
8) แมวก็คือแมว ไม่ใช่สุนัขตัวเล็กๆ ดังนั้นวิธีการต่างๆที่ใช้กับแมว จะต่างกับในสุนัขอย่างสิ้นเชิง